วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

สมกับการรอคอย Perfect Music Festival ม่วนจอยเวอร์ ดีทั้งบรรยากาศแสงสีเสียงและโชว์จากศิลปิน

จบลงไปอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับคอนเสริต์ Perfect Music Festival เทศกาลดนตรีเพื่อชีวิตที่ใหญ่สุดในภาคเหนือ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567ที่ลานกิจกรรมน้ำชุนทางขึ้นเขาค้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่จัดหนักจัดเต็มมากกว่าเดิมทั้งระบบแสงสีเสียงและศิลปินแนวหน้าสำหรับคนรักเพลงยุค 90 มาสร้างความทรงจำและบรรยากาศสนุก ประกอบกับในช่วงก่อนการจัดงานอุณหภูมิได้ลดต่ำลง โดยเฉพาะในคืนจัดงานอุณภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส ทำให้ผู้ชมคอนเสริต์กว่า 10,000 คนต่างคึกคักและมีความสนุกกับบรรยากาศภายในงาน ในขณะที่เหล่าศิลปินระดับตำนานเพลงเพื่อชีวิต อาทิ ทอม ดันดี พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์,คาราบาว,โป่ง หิน เหล็ก ไฟ,ลาบานูน ต่างขึ้นโชว์บนเวทีจนทำให้เหล่าแฟนคลับเพลงเพื่อชีวิตต่างสนุกสนานและเมามันส์ไปกับเสียงเพลงที่ทุกคนต่างคุ้นชินเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันยังพากันสะใจกับระบบแสงเสียงที่จัดเต็ม โดยเฉพาะระบบเสียง  นำเอาเครื่องเสียงระดับโลก ยี่ห้อเน็ตโซ ซึ่งเป็นเครื่องเสียงระดับโลก มาให้แฟนคลับได้สัมผัส 

ทั้งนี้ คอนเสริต์ Perfect Music Festival จัดเป็นครั้งที่ 2 หลังจากปีที่แล้ว ได้รับการต้อนรับจากแฟนคลับ เกินความคาดหมาย ซึ่งในการจัดเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิต “Perfect Music Festival 2024” วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ของจังหวัดเพชรบูรณ์ และมุ่งหวังที่ต้องการให้คอนเสิร์ตฯ นี้ อยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย รวมทั้งรายได้ส่วนหนึ่งนำไปบริจาคให้ทาง โรงพยาบาลหล่มสักสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนอยู่ โดยในส่วนของพิธีเปิดมีนายชัชวาลล์ คงอุดม หรือชัช เตาปูน สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธานเปิดงาน โดยกิจกรรมได้เริ่ม ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ไปจนถึงเวลา 03.15 น  ท่ามกลางสภาพอากาศ ที่มีความหนาวเย็นราว 18 องศาเซลเซียส

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เตรียมฟื้นฟูบูรณะบ่อน้ำโบราณศักดิ์สิทธิิ์วัดไพรสณฑ์ศักดารามต่อยอดโครงการรวมพลังบวรสร้างเศรษฐกิจชุมชน”


วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอหล่มสัก นายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอหล่มสักเป็นประธานการประชุมคณะทำงานฟื้นฟูบูรณะบ่อน้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์วัดไพรสณฑ์ศักดาราม พระอารามหลวง โดยมี พระครูสุตพัชรานุกูล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไพรสณฑ์ศักดาราม ดร.ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต สส.สมุทรปราการ ดร.วริศรียา บุญสม เลขานุการคณะทำงาน soft power activity นางอัมพร กุลวงศ์ พัฒนาชุมชนอำเภอหล่มสัก นางนิตยา สวรรค์นคร พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิและคณะทำงานร่วมประชุม ที่ประชุมได้ร่วมหารือการจัดตั้งคณะทำงานฟื้นฟูบูรณะบ่อน้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ทั้งในส่วนของคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะทำงานในพื้นที่รวมถึงการประสานงบประมาณในการบูรณะบ่อน้ำศักดิ์สิทธิและแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนการบูรณะ


ดร
.วริศรียา บุญสม เลขานุการคณะทำงาน soft power activity กล่าวว่าจากการที่ตนเองได้ขับเคลื่อนงานด้าน soft power ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเริ่มต้นที่มรดกโลกศรีเทพ ตนมองเห็นว่าด้วยศักยภาพของชุมชนในจังหวัดเพชรบูรณ์มีความพร้อมในหลายด้าน ในการที่ส่งเสริมให้soft power ในพื้นที่ได้รับโอกาสให้มากขึ้น จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ ภายใต้ชื่อ “รวมพลังบวรสร้างเศรษฐกิจชุมชน” โดยมี บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสร้างเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มให้ชุมชนมากขึ้น โดยวางเป้าในการขับเคลื่อนชุมชนตามเส้นทางของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเพชรบูรณ์ และชุมชนริมแม่น้ำป่าสักและโดยรอบมีทรัพยากรของชุมชนอย่างมากมาย 
ในเบื้องต้นตรียมที่จะฟื้นฟูบูรณะบ่อน้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์วัดไพรสณฑ์ศักดาราม พระอารามหลวงซึ่งเป็นวัดที่อยู่ติดแม่น้ำป่าสักและมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน โดยวัดไพรสณฑ์ศักดาราม เดิมชื่อ วัดป่า สร้างวัดเมื่อ พ.. 2382 เป็นวัดคู่เมืองเพราะเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นชื่อ "วัดไพรสณฑ์ศักดาราม" เมื่อ พ.. 2495 ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม พ.. 2522วัดเป็นจุดศูนย์รวมของชุมชนในเมืองที่มีทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม ขนบประเพณีที่สามารถพัฒนาให้เกิดการสร้างรายได้ในชุมชนได้เป็นอย่างดี 

ในการบูรณะบ่อน้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์นั้น เนื่องจากที่วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาซึ่งเป็นพระราชพิธีอันเป็นมงคลแห่งความซื่อสัตย์ เป็นพิธียิ่งใหญ่ที่สืบทอดมาแต่โบราณที่แสดงถึงความจงรักภักดีอย่างหนักแน่นต่อองค์พระเจ้าแผ่นดินโดยการดื่มน้ำที่ผ่านพิธีปลุกเสกแล้ว พร้อมกล่าวคำสาบานตนว่าจะซื่อสัตย์ไม่คดโกง จงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์และบ้านเมือง โดยเป็นพระราชพิธีสำคัญตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จนเลิกไปเมื่อถึงยุคสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475และมาฟื้นฟูอีกครั้งในรัชกาลที่ โดยผนวกเป็นการเดียวกับพระราชพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ดังนั้นหากการบูรณะฟื้นฟูได้สำเร็จจะทำให้ วัดไพรสณฑ์ศักดาราม จะเป็นหมุดหมายที่สำคัญที่คนทั่วไปสามารถมาท่องเที่ยวและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถหลังเก่า มีลายปูนปั้นที่หัวเสา มีคันทวยแกะไม้สวยงาม รวมถึงทัศนียภาพหน้าวัดที่ติดแม่น้ำป่าสักที่สามารถพัฒนาให้เป็นตลาดน้ำชุมชนให้กิจกรรมและการจำหน่ายสินค้าของชุมชนในอนาคตได้ต่อไป


เพชรบูรณ์จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ที่วัดราชพฤกษ์ ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์   นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  6 รอบ 72 พรรษา โดยมีพระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่านสงฆ์ ในการนี้ มีผู้แทนจากส่วนราชการระดับจังหวัด และอำเภอ เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ พิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 746/2566 ตลอดทั้งปี 2567 จำนวนทั้งสิ้น 12 ครั้ง โดยกำหนดวัดเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีทุกอำเภอ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 ที่ อ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และในครั้งต่อไป (ครั้งที่ 12) จะถูกจัดขึ้น ที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

เรือนจำชั่วคราวแคน้อย เพชรบูรณ์ เก็บเกี่ยวข้าวก้าวตามรอยพ่อ โครงการปักดำวันแม่เก็บเกี่ยววันพ่อ


วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567  ที่ บริเวณแปลงนา เรือนจำชั่วคราวแคน้อย สังกัดเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์  อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์  นายชนก   มากพันธ์ุ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นประธานเปิดกิจกรรมเก็บเกี่ยวข้าวก้าวตามรอยพ่อ โครงการปักดำวันแม่เก็บเกี่ยววันพ่อ โดยมี นางสาวกนกวลี ทิมประทุม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวรายงานพร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่  เข้าร่วมกิจกรรม

นางสาวกนกวลี ทิมประทุม ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์  กล่าวว่า  เรือนจำชั่วคราวแคน้อย สังกัดเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดตั้งขึ้นตามประกาศของกระทรวงยุติธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 มีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรม พัฒนาและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยแก่ผู้ต้องขังหญิง โดยการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในเรือนจำ เพื่อปลูกฝังแนวคิดค่านิยม ในการดำเนินชีวิตตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงแก่ผู้ต้องขัง และเจ้าหน้าที่ กิจกรรมหนึ่งที่ได้ดำเนินการ คือ การปลูกข้าวอินทรีย์ โดยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และการดำเนินการจาก ส่วนราชการและภาคีเครือข่าย


 
ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวต่อว่า  โครงการปักดำวันแม่ เก็บเกี่ยววันพ่อ และกิจกรรมเก็บเกี่ยวข้าวก้าวตามรอยพ่อ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553 โดยกำหนดการเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงสัปดาห์วันพ่อแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี  โดยในปีนี้ได้เริ่มดำเนินการปักดำข้าวเมื่อเดือนสิงหาคม  2567  เป็นการทำนาข้าวอินทรีย์ซึ่งเป็นข้าวที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยปลูกข้าว สายพันธุ์ในพื้นที่รวม  20  ไร่ ได้แก่ข้าวหอมมะลิ 105  ข้าวเหนียวสันป่าตอง ข้าวไรซ์เบอร์รี่  โดยข้าวที่เกี่ยวในวันนี้  ผลผลิตที่ได้จะนำออกจำหน่ายในราคาย่อมเยาให้กับประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ อีกทั้งนำไปเป็นวัตถุดิบในการฝึกวิชาชีพด้านการประกอบอาหารให้แก่ผู้ต้องขัง รวมทั้งวางจำหน่าย ที่ร้านแคน้อยฟาร์มด้านหน้าเรือนจำชั่วคราวแคน้อย

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

รองผู้ว่าเพชรบูรณ์แนะนำให้สมาชิกเกษตรกรใช้วิธีตัดอ้อยสดแทนการเผา ร่วมลดฝุ่นละออง PM 2.5

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.30 น. ที่บริษัทไทยอุตสาหกรรมน้ำตาล จำกัด ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์  นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ของสมาคมชาวไร่อ้อยอำเภอบึงสามพัน โดยการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกสมาคมได้รับทราบผลการบริหารงานในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย ซึ่งสมาคมฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยแก่สมาชิก เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย มีการบรรยายให้ความรู้โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย และกิจกรรมจับฉลากของรางวัลพิเศษที่ได้รับการสนับสนุนจากโรงงาน ห้างร้าน และพันธมิตรต่าง ๆ

โอกาสนี้ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลดการเผาอ้อยเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้เน้นย้ำถึงผลกระทบจากการเผาอ้อย ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 และมลพิษทางอากาศที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยแนะนำให้สมาชิกเกษตรกรใช้วิธีตัดอ้อยสดแทนการเผา พร้อมสนับสนุนให้มีการใช้เครื่องจักร และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในกระบวนการเก็บเกี่ยว นอกจากนี้สมาคมยังร่วมมือกับโรงงานน้ำตาลในการสนับสนุนมาตรการจูงใจ เช่น การเพิ่มราคาสำหรับอ้อยสด เพื่อให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการลดการเผาอ้อย  ซึ่งการประชุมใหญ่สามัญครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นโอกาสสำหรับการรับฟังข้อมูลข่าวสาร แต่ยังเป็นเวทีสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไร่อ้อย พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอาชีพของสมาชิกต่อไปอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

อสม.ต.สะเดียง เพชรบูรณ์ เดินหน้าสร้างชุมชนปลอดบุหรี่ไฟฟ้า ตามโครงการพัฒนาสุขภาวะชุมชนภาคเหนือตอนล่าง


วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ห้องประชุมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ดร.ประทิน นาคสำราญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง เป็นประธานเปิดโครงการ“การขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาชีวะลดปัจจัยเสี่ยงในสถาบันการศึกษาและพัฒนาสุขภาวะชุมชนภาคเหนือตอนล่าง มี ร...สุขสัณห์ ภิชัย คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นางอรวรรยา หุ่นทอง ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นางเกตุแก้ว รอดมา ผู้อำนวยการ รพ.สต. สะเดียง เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ของตำบลสะเดียง จำนวน 150 คน เข้าร่วม


นางสาววรรณิกา หาญกลิ้ง นายกสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ประสานงานโครงการ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ว่าเนื่องด้วย มูลนิธิคนเห็นคน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการที่จะร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ที่กำลังระบาดในกลุ่มของ นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนที่อยู่ในชุมชนทั้งในเมืองและชนบท ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างทั้ง 6 จังหวัด คือ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งนี้ ปัยฆาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งปํยหาสำคัญในท้องถิ่น สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งขาติที่ได้ดำเนินการสำรวจพฤฒิกรรมด้านสุขภาพของประชากร ปี 2564 จะพบว่าคนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชนบทมากกว่าในเมือง โดยคนสูบบุหรี่ในชนบท คิดเป็นตัวเลข 19.0% และในเขตเมืองคิดเป็น 15.6%   โดยนิโคตินพบได้ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งจะออกฤทธิ์กระตุ้นสมองส่วนหน้า หากมีการเสพติดไปแล้วอาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายทางสมอง ในส่วนที่มีหน้าที่ควบคุมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การตัดสิน บุคคลิกและควบคุมพฤฒิกรรมทางสังคม โดยเฉพาะการเสพสารเสพติดในเด็กและเยาวชน ยิ่งในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงพัฒนาสมอง การได้รับสารนิโคตินอาจจะส่งผลกระทบที่มีความรุนแรงต่อการพัฒนาสมองต่างจากช่วงอายุ 20-25 ปีขึ้นไป แม้จะไม่มีผลทำลายสมองเช่นเดียวกับในวัยเด็ก แต่สารนิโคตินยังมีความเสียงต่อสุขภาพทั้งโนคหัวจ โรคซึมเศร้า ปอดอักเสบ มะเร็งปอดและโรคใหม่อย่างโรคปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า


การจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ความร่วมมือ โดยเฉพาะชุมชน ในฐานะคนที่ใก้ลชิดของเด็กและเยาวชน  โดยจะต้องผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เรียกร้องให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เรียกร้องไม่ให้สูบบุหรี่ในทุกสถานที่ที่กฏหมายห้ามสูบ รวมพลังผู้นำทางความคิดในท้องถิ่น สื่อมวลชน รณรงค์ไม่เอาบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สนับสนุนค่านิยมให้ชุมชนไม่เอาบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ่า องค์กรต้องเป็นต้นแบบปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ชี้บาะแสถึงแหล่งที่มการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฏหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า

ในการจัดอบรมวันนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษาและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการและเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษาและชุมชน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ของตำบลสะเดียง จำนวน 150 คน และได้เรียนเชิญวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติในถ่ายทอดให้ความรู้


ด้าน ดร
.ประทิน นาคสำราญ นาย อบต.สะเดียง กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทางโครงการที่ได้เลือกให้พื้นที่ของ อบต.สะเดียง เป็นพื้นที่ในการจัดอบรม อันจะเป็นประโยชน์กับคนในชุมชนของตำบลเราในการสร้าง ค่านิยมให้ชุมชนไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 
ร่วมกันชี้เบาะแสถึงแหล่งที่มีการลักลอบขายบุหรีไฟฟ้า เพื่อให้ชุมชนเราปลอดจากยาเสพติด ที่มีพิษภัยอันตรายต่อบุตรหลาน และหวังว่าพลังของเครือข่ายที่เข้ารับการอบรม คือ อสม.ต.สะเดียง จะได้ช่วยกันร่วมปกป้องให้สังคม ชุมชนของเราปลอดภัยจากสารเสพติดทุกประเภทต่อไป


วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์เป็นประธานพิธีฌาปนกิจผู้ใหญ่บ้านตำบลห้วยใหญ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567  นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เป็นประธานงานฌาปนกิจ นายผิง  เทพวงศ์  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านซำบอน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองเพชรบูรณ์   นางสาวไพจิตร ตรีสมานรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ ได้ร่วมงานฌาปนกิจ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยใหญ่  กำนันตำบลห้วยใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองตำบลห้วยใหญ่ ร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวนายผิง เทพวงค์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 บ้านซำบอน ต.ห้วยใหญ่ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ผู้ว่าเพชรบูรณ์ -ผู้การฯตร.ลงพื้นที่ภูทับเบิก ย้ำทริปไม่อาบน้ำแม้จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรโดยเคร่งครัด

วันที่ 23 พ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณี    มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รวมตัวกันขับขี่รถจักรยานยนต์มาเที่ยวในพื้นที่เพชรบูรณ์โดยใช้ชื่อว่าทริปไม่อาบน้ำ คาดว่ามีจักรยานยนต์ประมาณ 6,000 คันและผู้ขับขี่รวมทั้งผู้ติดตามนับหมื่นคน เพื่อร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวตามที่นัดหมายไว้  โดยมีจุดหมายปลายทางหลักคือ ภูทับเบิก และเขาค้อ  สร้างความคึกคักให้กับเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวและร้านค้าเป็นอย่างมาก แต่ก็มีผู้ขับขี่บางรายยังคงขับขี่ด้วยความหวาดเสียวทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายราย และขับกลางถนน เบิ้ลรถเสียงดัง ทั้งๆที่มีการตักเตือนและขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายจัดกิจกรรมในครั้งนี้แล้วก็ตาม

นายศรัณยู มีทองคำ ผวจ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สารนัย คงเมือง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ได้ออกเยี่ยมให้กำลังใจจุดตรวจทางขึ้นภูทับเบิกพร้อมเปิดเผยว่าการที่น้องๆทริปไม่อาบน้ำ เข้ามาในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์นั้นเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น แต่ก็อาจจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่พี่น้องประชาชนตามเส้นทางที่ผ่านบ้าง อย่างไรก็ตามตนก็อยากจะฝากให้น้องๆ ได้ปฏิบัติตามกฎจราจรและกฎกติกาที่ได้ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการขับขี่ของกลุ่มดังกล่าว ทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เช่นรถจักรยานยนต์หนึ่งในทริปดังกล่าวชนท้ายรถตู้ที่บริเวณถนนบายพาสป่าแดง ต.ป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บขาหัก อาสามูลนิธิร่มโพธิ์ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ อีกรายที่บริเวณถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหน้าร้านครัว ป.ปลา ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก รถจักรยานยนต์ชนรถไถทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขาหัก อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก  ส่วนอีกรายเกิดขึ้นบริเวณถนนสระบุรี-หล่มสัก หน้าโรงบ่มใบยานางั่ว ต.นางั่ว อ.เมืองเพชรบูรณ์ รถจักรยานยนต์หนึ่งในทริปเฉี่ยวกับรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน ส่งผลให้เด็กชายวัย 9 ขวบได้รับบาดเจ็บ อาสากู้ภัยมูลนิธิกกไทรจุดเมืองนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์.

เอกสิทธิ์ ต่อวัฒนบุญ/เสวก ศรลัมพ์/เพชรบูรณ์

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

ปลุกพลังอาชีวะเพชรบูรณ์สู่สถานศึกษาต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยงเพิ่มปัจจัยบวก บุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า


วันที่ 22 พฤศจิกายน2567 ที่ห้องประชุมร่มโพธิ์ วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ นายทองจันทร์ ประทุมโฉมผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ ในนามผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นประธานการประชุมปฏิบัติการตามโครงการ“การขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาชีวะลดปัจจัยเสี่ยงในสถาบันการศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์” โดยมีนางสาววรรณิกา หาญกลิ้ง นายกสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ประสานงานโครงการ กล่าวรายงาน มี ร...สุขสัณห์ ภิชัย คณะกรรมสุขภาพแห่งชาติ พ..ท.จักริน วงศ์เทวัญ ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวประกาย บรรลัง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพม.เพชรบูรณ์ ครูอาจารย์และสื่อมวลชน เข้าร่วม

นางสาววรรณิกา หาญกลิ้ง กล่าวว่า เนื่องด้วย มูลนิธิคนเห็นคน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในการที่จะร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ที่กำลังระบาดในกลุ่มของ นักเรียน นักศึกษา และเยาวชนในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษาอาชีวะศึกษาในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างทั้ง 6 จังหวัด คือ พิษณุโลก ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งนี้ สถานการณ์โดยทั่วไปของการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบต่อสุขภาพตามมาจากข้อมูลพฤมิกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทย ปี2566 ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สำรวจเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี จำนวน 61,688 คนจากทั้วประเทศพบเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า 25 % คิดเป็น 1ใน 4ของประชากรทั้งหมด ซึ่งวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่าครึ่งมีภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าอย่างต่อเนื่องหากเยาวชนยังติดอยู่ในวังวนของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีฤทธิ์ทำลายพัฒนาการสมอง ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ลดลง อันจะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ ความจำ ความสามารถในการตัดสินใจ รวมถึงปัญหาในการเรียนมีผลการเรียนที่ต่ำลงและอาจแสดงพฤมิกรรมที่ไม่เหมาะสมตามมาส่งผลต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคตต่อไป

ในการจัดอบรมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษาและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการและเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษาและชุมชนมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นนักเรียน นักศึกษาในสังกัดสำนักงานอาชีวะศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ประกอบด้วยวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบูรณ์ วิทยาลัยการอาชีพชนแดน วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี และวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ จำนวน 100 คน มีวิทยากรจากหน่วยงานต่าง เช่น คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ และ สำนักงานการศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ มาถ่ายทอดให้ความรู้

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

คณะทำงาน soft power activity ต่อยอดโครงการสืบสานตระกูลช่างศรีเทพ รวมพลังบวรสร้างเศรษฐกิจชุมชน

ดร.วริศรียา บุญสม เลขานุการคณะทำงาน soft power activity เปิดถึงการขับเคลื่อน โครงการสืบสานตระกูลช่างศรีเทพ อำเภอศรีเทพ เมืองมรดกโลก ภายใต้ชื่อ “รวมพลังบวรสร้างเศรษฐกิจชุมชน” โดยมี บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเปิดตัวโครงการงานแรก ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดไพรสณฑ์ศักดาราม พระอารามหลวง ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ว่า ในมุมมองของตนเองนั้น มองเห็นว่าต้นทุนทางวัฒนธรรมที่งดงามของชุมชนมีความสำคัญ ซึ่งบางทีคนในพื้นที่อาจจะมองข้ามไป โดยที่ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญหรือพัฒนาต่อยอดให้เป็นสินค้า หรือผลิตภัณท์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ดังนั้น ตนเองจึงได้ทำโครงการสืบสานตระกูลช่างศรีเทพ อำเภอศรีเทพ เมืองมรดกโลก ร่วมกับวิทยาลัยเพาะช่าง โดยเปิดสอนวิชาชีพให้กับคนในชุมชน 4 หลักสูตร ได้แก่ ช่างเขียน ช่างแกะสลัก ช่างปั้นและช่างหล่อ โดยที่ผ่านมามีคนในชุมชนที่ผ่านการอบรมหลักสูตรแล้วกว่า 200 คน โดยมีผลผลิตที่เกิดขึ้นภายหลังการอบรมไปแล้วหลายลักษณะและพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าให้ตรงกับเทรน์ของตลาดที่ต้องการ โดยในขณะนี้ ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้เข้ามาช่วยในการขยายผลขับเคลื่อนโดยการนำ บ้าน วัด โรงเรียน และราชการ เข้ามามีส่วร่วมในการสร้างเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจะใช้วัด เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ด้านสกุลช่างต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาสู่การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ซึ่งในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์มีวัดวาอารามที่สวยงามอยู่เป็นจำนวนมากที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งเที่ยวเชิงศรัทธา ซึ่งจะสามารถเอาผลิตภัณท์ชุมชนออกมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว โดยใช้ชุมชนในศรีเทพเป็นต้นแบบและสามารถขยายไปได้ทั้งจังหวัดเพื่อให้เกิดทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสินค้าชุมชน

ทั้งนี้ ดร.วริศรียา บุญสม กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลมที่มีนโยบายเรื่อง soft power ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการโอกาสในการเชื่อมระหว่างหน่วยงานกับประชาชน โดยรัฐต้องมีความชัดเจนในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เช่นการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือการหาช่องทางตลาด การประชาสัมพันธ์ของรัฐ ซึ่งที่ผ่านมาทางคณะทำงาน soft power activity ได้ร่วมส่งเสริมในการทำ soft power เพื่อการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมของอำเภอหล่มสักให้เป็นที่รู้จักของช่าวเพชรบูรร์และชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากของดีอำเภอหล่มสักมีมากมาย เช่นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และด้านประเพณีวัฒนธรรมของอำเภอหล่มสักก็แข็งแรงมาก เช่นการแต่งกายของชาวไทยหล่ม งานประเพณีเส็งกลอง ล่องโคมไฟ ไหว้พ่อขุนผาเมือง งานบุญเจดีย์ข้าวบุญคูณลานสืบสานตำนานพระแม่โพสพ ซึ่งในโอกาสพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดไพรสณฑ์ศักดาราม พระอารามหลวง ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ไปสู่ประชาชนผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยการนำสินค้าของชุมชน เช่นกลุ่มตีมีดบ้านใหม่ อำเภอหล่มสัก กลุ่มผ้าหลอมรัก บ้านโสก กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาลฯ ร่วมออกบูธวางสินค้าจำหน่าย ซึ่งในอนาคต คณะทำงาน soft power activity จะส่งเสริมให้มีกิจกรรมในการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนนำผลิตภัณท์สินค้าที่มีอยู่ให้เข้าไปสู่ผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้นต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เทศกาลลอยกระทงสาย EM ไทยแลนด์ หนึ่งเดียวในโลก ณ วัดโตนด อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 สมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุนชนไทย ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมสุรินทร์ และมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านานานาชาติ จัดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมลุ่มน้ำสามคลองสู่เวทีนานาชาติ

โดยช่วงเช้าเป็นการสัมนาวิชาการเรื่อง "บทบาทของศิลปินในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม" ณ ห้องประชุมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.สำนักงานกลาง โดยได้รับเกียรติจากคุณชัยยศ หาญอมร ผู้อำนวยการการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์โครงการ กล่าวต้อนรับศิลปิน และ ว่าที่ร้อยตรี ยุทธภูมิ จับจิตต์ นายอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีกล่าวเปิดงาน ในการนี้ นายศิลป์ชัย อันอยู่ นายกสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนไทย ได้นำเสนอนวัตกรรม"กระทงสาย EM"เพื่อการอนุรักษ์ลุ่มน้ำสามคลอง บางกรวย นนทบุรี แลกเปลี่ยนกับ นาย ซุลฟิการ์ ศิลปินเอกแห่งอินโดนีเซีย ได้นำเสนอบทบาทของศิลปินในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศอินโดนีเซีย หลังจากการสัมมนาวิชาการฯ ศิลปินได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง โดยได้รับการดูแลต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ช่วงเย็นเป็นการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย กับนานาชาติ โดยการบรรเลงดนตรี และการแสดงจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ได้รับเกียรติจากนายชั้น ณัฐเดช กังสุกล ปลัดจังหวัดนนทบุรี กล่าวเปิดงาน นายวิกร กัมปนาทธนธร อุปนายกสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนไทย กล่าวความเป็นมากาการจัดงานในครั้งนี้ว่ามูลนิธิส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมสุรินทร์ โดยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา ภาณุรัตน์ ประธานมูลนิธิและมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีกรรมการสมาชิกวิสามัญจากนานาประเทศ 30 ประเทศ เพื่อฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติที่เชื่อมโยงสัมพันธ์บ้าน-วัด-โรงเรียน และจัดกิจกรรมเทศกาลแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึงปัจจุบันสำหรับ ปี พ.ศ. 2567 เป็นการจัดงานในเทศกาลลอยกระทง โดยนายศิลป์ชัย อันอยู่ นายกสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนไทย ผู้ริเริ่มกระทงสาย EM เพื่อลดขยะรักษาสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำลำคลอง ของจังหวัดนนทบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ณ วัดบางอ้อยช้าง ขยายผลสู่ชุมชน (บ้าน วัด โรงเรียน) ที่อยู่ริมน้ำในจังหวัดนทบุรี ในปี พ.ศ.2566 และต่อมา ปี พ.ศ.2567 ขยายผลสู่เวทีนานาชาติ ได้เชิญศิลปินนานาชาติ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 2 คน อินโดนีเชีย 15 คน สปป.ลาว 7 คน มาเลเซีย 19 คน เนปาล 5 คน ฟิลิปปินส์ 9 คน ศรีลังกา 38 คน และประเทศตุรกี 16 คน มาร่วมแลกเปลี่ยนการแสดงศิลปพื้นบ้านในประเทศไทย และร่วมลอยกระทงสาย EM หนึ่งเดียวในโลก ในค่ำคืนวันลอยกระทง ณ วัดโตนด อ.บางกรวยจ.นนทบุรี ซึ่งก่อนเริ่มการแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรรมพื้นบ้าน ได้รับความเมตตาจาก พระมหานภันต์ สนติภทโท ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุข และสันติ (มูลนิธิ สกพ.) และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศบรรยายธรรมเรื่อง"พระพุทธศาสนากับสันติภาพโลก"และพิธีผ้าป่านานาชาชาติ นอกจากนี้ประธานมูลนิธิส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมสุรินทร์ และมูลนิธิและมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมพื้นพื้นบ้านนานาชาติ ได้มอบโล่รางวัล ผู้นำวิเทศสหกิจระหว่างประเทศแด่ พระครูพิพิธธรรมเทศก์, ดร.เจ้าอาวาสวัดโตนด กับ ดร.ปิยลักษณ์ เพชรแอง กรรมการมูลนิธิ และโล่รางวัลเพชรแห่งเอเชีย ให้กับนายศิลป์ชัย อันอยู่ นายกสมาคมอนุรักษ์สิงแวดล้อมชุมชนไทย ใบประกาศเกียรติคุณภาวะผู้นำนานาชาติยอดเยี่ยม ให้กับนายวิกร กัมปนาทวรกุลอุปนายกสมาคม อีกด้วย สุดท้ายนายศิลปชัย อันอยู่ นายกสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนไทย ประธานจัดงานกล่าวขอบคุณศิลปินนานาชาติ ชุมชน และองค์กรต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ และมอบใบประกาศเกียรติบัตรให้กับศิลปินนานาชาติ ในครั้งนี้ด้วย

ดร.ปิยลักษณ์ เพชรแอง : ข่าว


วันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

เด็กหญิง 11 ปีตามเพื่อนไปดูกระทงที่ลอยไว้ พลัดตกน้ำดับคาก้นสระ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น ร้อยตำรวจเอกพิเชต จันทร์เทศ ร้อยเวรสภ.อ ดงขุย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า          มีเด็กจมน้ำในสระจึงประสานสมาคมกูชีพ-กู้ภัย ชนแดนสงเคราะห์ แพทย์หญิงธันยธรณ์ จุลภาคี แพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน ออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณสระน้ำหลังวัดธรรมรัตนาราม(วัดบ้านกล้วย) หมู่ 3 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ในที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์  จากนั้นชุดประดาน้ำของทีมกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ จำนวน 3 นาย ได้เดินทางมาถึงและสำรวจว่าสระน้ำดังกล่าวเป็นสระหลวงซึ่งมีความกว้าง 30 เมตรยาว 50 เมตรลึก 10 เมตร มีสะพานปูนทอดยาวลงไปในน้ำ มีกระทงจำนวนหนึ่งลอยอยู่บริเวณขอบสระ จากนั้นนักประดาน้ำทั้ง 3 นายจึงลงทำการค้นหาจนกระทั่งเวลา 14.30น. จึงพบร่างเป็นเด็กหญิงสวมเสื้อยืดสีเลือดหมู กางเกงวอร์มสีเทา ทราบชื่อภายหลังคือเด็กหญิงชนัชญา   อายุ 11 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ 13 ตำบลบ้านกล้วย  อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์  น้องได้อาศัยอยู่กับตาและยาย ส่วนพ่อแม่ของน้องได้ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ จมอยู่ใต้พื้นน้ำห่างจากขอบสระกว่า 15 เมตร

จากการสอบถาม เด็กชายบี นามสมมุติ เพื่อนของผู้ตายทราบว่า ได้ชักชวนเพื่อน ที่อยู่บริเวณใกล้วัดประมาณ 5-6 คน มาเล่นที่สระน้ำหลังวัดเพื่อมาดูกระทงที่ตัวเองและเพื่อน ๆ นำมาลอยไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนกลางวัน โดยได้เดินลงไปบริเวณบันได ซึ่งทำจากปูนซีเมนต์ทอดยาวลงไปในสระ ส่วนที่อยู่ใต้น้ำทำจากแผ่นไม้กระดานซึ่งจมอยู่ใต้น้ำประมาณ 1 เมตร เด็ก ๆ ได้พากันเดินตามลงไปเรื่อย ๆ โดยผู้ตายเดินนำหน้า คาดว่าน่าจะสุดบันไดจึงพลัดตกน้ำประกอบกับว่ายน้ำไม่เป็น พยายามตะเกียกตะกายโผล่ขึ้นผิวน้ำหลายครั้ง เด็กๆที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงใช้ไม้ยื่นเพื่อให้ผู้ตายได้คว้า แต่ผู้ตายก็จมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคนจึงวิ่งไปตามผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้วัดมาช่วยกันค้นหาแต่ไม่พบ เนื่องจากสระน้ำดังกล่าวมีความลึกมาก จึงขอความช่วยเหลือไปยังชุดนักประดาน้ำของกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ จนสามารถนำร่างขึ้นมาจากก้นสระได้ ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ภาพข่าว-มนตรี นรดี 

ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้