วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568

พังงาแถลงข่าว “สไบ กะบาย่า ปาเต๊ะ” Andaman Retro 2025 ดึงอัตลักษณ์ไทย-จีน-มลายู สู่เวทีท่องเที่ยววัฒนธรรม

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ที่ โรงเรียนเต้าหมิง ตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “สไบ กะบาย่า ปาเต๊ะ” Andaman Retro 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยจังหวัดพังงา ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา และอำเภอตะกั่วป่า

นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ กล่าวว่า โครงการ Andaman Retro 2025 เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดพังงา ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนผ่านการใช้ ทุนวัฒนธรรม มาเป็นเครื่องมือส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยเน้นการผสมผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทย จีน และมลายู ถ่ายทอดผ่าน “สไบ กะบาย่า และผ้าปาเต๊ะ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความงดงาม ความประณีต และภูมิปัญญาท้องถิ่น

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมดั้งเดิมในรูปแบบร่วมสมัย สร้างความภาคภูมิใจแก่ประชาชนในท้องถิ่น ต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การค้า และการจ้างงาน โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น ศิลปินพื้นบ้าน และคนรุ่นใหม่ พร้อมส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก

งาน Andaman Retro 2025 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กรกฎาคม 2568 ณ ถนนสายวัฒนธรรม ตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายด้วยชุดพื้นถิ่น เพื่อร่วมสืบสานและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเก่าแห่งความทรงจำ ที่อบอวลด้วยวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความทรงจำที่ไม่มีวันเลือน


ภาพ-ข่าว เทวี พระเมือง ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา


พิธีเปิดโครงการ “ค่ายแกนนำดีศรีลำพูน” รุ่นที่ 18 ประจำปีงบประมาณ 2568

วันที่ 27–29 มิถุนายน 2568 ณ วัดแม่สารป่าขาม ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายไพรัช ยะสง่า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ค่ายแกนนำดีศรีลำพูน” รุ่นที่ 18 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 มิถุนายน 2568 ณ วัดแม่สารป่าขาม โดยมีนักเรียนและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 266 คน จาก 17 สถานศึกษาในจังหวัดลำพูน


โครงการนี้จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ร่วมกับศูนย์พัฒนาคุณธรรม วัดแม่สารป่าขาม เครือข่ายชมรมกล้าดีศรีลำพูน ชมรมกล้าดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และภาวะผู้นำให้แก่เยาวชนในท้องถิ่น พร้อมปลูกฝังค่านิยมในการเป็นพลเมืองดีของสังคม


วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ชาวเขาค้อ กว่า 700 คนรวมตัวเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน หลังไร้ความคืบหน้าออกเอกสารสิทธิ

 
วันที่ 27 มิถุนายน 2568. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนอำเภอเขาค้อจาก 4 ตำบลในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ ตำบลริมสีม่วง ตำบลแคมป์สน ตำบลทุ่งสมอ และตำบลเขาค้อ กว่า 700 คนรวมตัวกันหน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ เพื่อคัดค้านไม่เอาที่ดินราชพัสดุ และเรียกร้องกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินตามโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่ตามประมวลกฎหมาย ที่ค้างคาอยู่ให้แล้วเสร็จหลังจากยกเลิกพื้นที่ป่าซึ่งประชาชนได้อยู่อาศัยและทำกินมานานหลายสิบปี แต่ยังไม่ได้รับสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากความเดือดร้อนที่สะสมมายาวนาน ภายหลังรัฐบาลประกาศยกเลิกโครงการพัฒนาพื้นที่และจัดที่ดินในเขตป่าสงวนตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำขนาดเล็ก และยังไม่มีการชี้แจงแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจนทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่เดิมถูกตัดสิทธิการขออนุญาตใช้ที่ดิน ส่งผลให้ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ทั้งนี้ ชาวบ้านเปิดเผยว่าสถานการณ์ยิ่งสับสนและไม่เป็นธรรมภายหลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ซึ่งให้อำนาจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ อนุญาตให้ใช้ที่ดินทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนบางพื้นที่ของอำเภอเขาค้อ แต่ต่อมากลับมีการยกเลิกแผนงาน และตัดพื้นที่ 4 ตำบลดังกล่าวออกจากการพิจารณา โดยให้เหตุผลว่า “ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย” ซึ่งชาวบ้านมองว่าไม่สะท้อนข้อเท็จจริงในพื้นที่


 ในการรวมตัวครั้งนี้ มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน ภายใต้กิจกรรม “ระดมความคิดเห็นปกป้องสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และเวทีเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินภาคประชาชน อำเภอเขาค้อ” ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากกลุ่มประชาชนและผู้เดือดร้อนจากพื้นที่ต่างๆ อาทิ พื้นที่ ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ พื้นที่ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า พื้นที่ ต.ปากเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ และเครือข่าย 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง  ในเวทีดังกล่าว มีตัวแทนประชาชนกล่าวแสดงความรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในที่ดินทำกิน การไม่ได้รับเอกสารสิทธิอย่างต่อเนื่อง และการขาดช่องทางร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงข้อเสนอให้เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ และจัดสรรพื้นที่ทำกินให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติตามจริง


อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ประชาชนรวมตัวกันหน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ ไม่มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารับหนังสือหรือรับฟังปัญหาแต่อย่างใดโดยกลุ่มชาวบ้านต้องนำหนังสือเรียกร้องไปยื่นที่หน้าห้องบนที่ว่าการอำเภอเขาค้อเองโดยหนังสือที่ยื่นเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)เร่งรัดการพิจารณาและดำเนินการให้ประชาชนสามารถใช้ที่ดินทำกินได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมเพื่อยุติความไม่มั่นคงที่กระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่เขาค้ออย่างยั่งยืน
 

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เมาซิ่งกระบะ! หนุ่มขับพุ่งชน จยย. ดับ 1 เจ็บ 2 พยายามหนีไม่รอด ชนเสาไฟฟ้าถูกจับ

รถยนต์กระบะ ชนรถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ก่อนพยายามจะขับรถหลบหนี แต่สุดท้ายไปไม่รอดไปประสบเหตุขับชนเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบในร่างกาย เกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนด จึงแจ้งข้อหา เมาแล้วขับ ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.วังโป่ง ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดบริเวณ ถนนสายวังโป่ง-หนองขนาก บริเวณโค้งตัวเอส บ้านวังกระดาษเงิน หมู่ 13 ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จากนั้นจึงประสาน พนักงานสอบสวน สภ.วังโป่ง พร้อม อาสาสมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยวังโป่งรวมใจ ร่วมอำนวยความสะดวก 

 ในที่เกิดเหตุพบ รถมีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน 1 กช 7676 เพชรบูรณ์ และ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน 1กภ 6652 เพชรบูรณ์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย และ เสียชีวิตคาที่ 1 ราย .ทราบชื่อคือ นาย ปวริศ อุดทา อายุ 21 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณช่องท้อง แผลฉีกขาดที่ขาข้างซ้าย ข้อเท้าขาข้างซ้ายขาด นอนเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ  ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 1 กิโลเมตร พบ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ นิสสัน สีบรอนทอง ทะเบียน บล 2838 ศรีษะเกษ ผู้ขับขี่รถยนต์ได้พยายามหลบหนี แต่กลับไปเกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับเสาไฟฟ้า จำนวน 1 ต้น จนไม่สามารถที่จะขับรถหลบหนีต่อไปได้อีก ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังโป่ง จับกุมตัว และ ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เป่าแอลกอฮอล์ พบในร่างกายมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนด จึงแจ้งข้อหา เมาแล้วขับ ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต 

เดชา มลามาตย์-รายงาน


ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ เสริมศักยภาพการสื่อสารยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดโครงการ “สร้างและพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์เพื่อบริการข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ร้านครัวเกษตร อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการ และบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล และเทคนิคการสร้างประเด็นการประชาสัมพันธ์”

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 20 คน ประกอบด้วยเครือข่ายสื่อมวลชน อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้าน ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชนท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของการสื่อสารสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างทันสมัยและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย

ภายในงานยังจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ “สานสัมพันธ์สร้างเครือข่ายคุณภาพ” ดำเนินการโดยทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่าย พร้อมพัฒนาทักษะการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับศักยภาพของเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้สามารถทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงที่เข้มแข็ง ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐและภาคประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยีในยุคใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของกรมประชาสัมพันธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในโลกดิจิทัล.

เพชรบูรณ์เดินหน้าคุ้มครองเยาวชน ผู้ว่าฯ หนุนท้องถิ่น–สื่อมวลชน รณรงค์เข้ม-บูรณาการทุกภาคส่วน สกัดภัยบุหรี่ไฟฟ้า

จังหวัดเพชรบูรณ์ผนึกกำลังองค์กรปกครองท้องถิ่น–สื่อมวลชน รณรงค์สร้างการรับรู้–เฝ้าระวังหวังสกัดภัยเงียบบุหรี่ไฟฟ้า

จังหวัดเพชรบูรณ์เร่งเดินหน้านโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 นางสาววรรณิกา หาญกลิ้ง นายกสมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งจังหวัดเพชรบูรณ์ในนามผู้รับผิดชอบโครงการ “สื่อมวลชนท้องถิ่นร่วมกับเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ และองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง ผลักดันนโยบายสนับสนุนการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” ได้นำคณะสื่อมวลชนท้องถิ่นเข้าพบ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ณ ห้องรับรองพิเศษ ชั้น 2 อาคาร 1 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวในระดับพื้นที่

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสื่อมวลชนท้องถิ่นในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งผลักดันมาตรการเชิงป้องกันในระดับชุมชนอย่างเป็นระบบ

นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนอย่างจริงจังโดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จังหวัดได้วางแนวทางดำเนินงานใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมการจำหน่ายและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า การรณรงค์ให้ความรู้แก่เยาวชน ผู้ปกครอง ครู และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดยังกล่าวถึงอุปสรรคสำคัญที่ต้องเร่งจัดการ ได้แก่ การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ การโฆษณาที่ดึงดูดกลุ่มเยาวชน และความเข้าใจผิดในสังคมที่มองบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งปลอดภัย ทั้งที่ในความเป็นจริงกลับก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

สำหรับแนวทางปฏิบัติในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้เตรียมจัดกิจกรรมเชิงรุกในระดับชุมชน โดยในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ เครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นจะร่วมกับเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์และองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ในพื้นที่ มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน โดยเฉพาะแกนนำหมู่บ้าน ผู้นำเยาวชน และประชาชนทั่วไป ผ่านกิจกรรมเวทีเสวนา นิทรรศการให้ความรู้ และการจัดทำสื่อรณรงค์ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้จริง

การดำเนินงานทั้งหมดมุ่งหวังให้เพชรบูรณ์เป็นพื้นที่นำร่องในการสร้าง “สังคมปลอดภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” โดยอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อคุ้มครองสุขภาพเด็กและเยาวชนในระยะยาว และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตของประเทศ.


วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เกษตรอำเภอหล่มสัก ลงพื้นที่ติดตามแปลงเรียนรู้ต้นแบบแปลงใหญ่มะขามหวาน ตำบลช้างตะลูด

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 นางชรินรัตน์ ตีทอง เกษตรอำเภอหล่มสัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหล่มสัก และนายสยาม พรมมาวัน ประธานแปลงใหญ่ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามการดำเนินงานแปลงเรียนรู้ต้นแบบแปลงใหญ่มะขามหวาน ณ หมู่ที่ 7 ตำบลช้างตะลูด อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

แปลงเรียนรู้ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นในปี 2568 โดยใช้แปลงมะขามหวานของนางสมหมาย นกคุ้ม เกษตรกรในพื้นที่ เป็นแปลงต้นแบบของกลุ่มแปลงใหญ่มะขามหวานตำบลช้างตะลูด ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน (Gibberellin) ต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพของผลผลิตมะขามหวาน โดยมีการทดสอบในมะขามหวาน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์สีทอง พันธุ์ศรีชมภู และพันธุ์ขันตี

การดำเนินการจัดทำแปลงเรียนรู้ดังกล่าว มีการเปรียบเทียบผลของการใช้ปุ๋ยและฮอร์โมนใน 4 สูตร ได้แก่การใส่ปุ๋ยตามวิธีของเกษตรกร การใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการ การใส่ปุ๋ยตามหลักวิชาการร่วมกับฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน การใส่ฮอร์โมนจิบเบอเรลลินเพียงอย่างเดียว  ฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน เป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ทั้งในการงอกของเมล็ด การยืดตัวของลำต้น การออกดอก การพัฒนาผล และการชะลอความแก่ของอวัยวะพืช อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อการควบคุมการแสดงออกของยีนและการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม

แปลงเรียนรู้นี้มุ่งเน้นการให้เกษตรกรศึกษาและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของพืช ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ตลอดจนเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นในพื้นที่อำเภอหล่มสักและใกล้เคียงต่อไป.


สำนักงานเกษตรอำเภอบึงสามพัน ร่วมพิธีเปิดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ วัดวิมลประชาสรรค์ หมู่ที่ 1 ตำบลศรีมงคล อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวลลิดา ชัยเนตร เกษตรอำเภอบึงสามพัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอบึงสามพัน เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ครั้งที่ 8/2568 ซึ่งจัดขึ้นโดยจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และได้รับเกียรติจากนางรุ่งระวี มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอบึงสามพัน หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ภายในงานมีกิจกรรมเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชนอย่างหลากหลาย อาทิ พิธีทอดผ้าป่าเพื่อการพัฒนาวัดวิมลประชาสรรค์  มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน จำนวน 5 ทุน จากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม จำนวน 10 ราย มอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานฯ (ม.ท.ศ.) จำนวน 2 ทุน มอบทุนการศึกษาจากเหล่ากาชาดจังหวัด จำนวน 20 ทุน และจักรยาน 1 คัน มอบถุงยังชีพแก่ราษฎร จำนวน 200 ชุด มอบพันธุ์ปลาจำนวน 20,000 ตัว ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเยี่ยมชมหน่วยบริการเคลื่อนที่จากภาครัฐและเอกชน พร้อมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา และปลูกต้นไม้จำนวน 100 ต้น ประชุมเวทีประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากชุมชนในพื้นที่ตำบลศรีมงคล

โครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มุ่งเน้นการนำภารกิจของหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจลงสู่พื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการโดยตรง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสร้างโอกาสให้หน่วยงานราชการได้เข้าใจและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างทันท่วงที

ในการนี้ นายสุเทพ เบียร์ดี นายอำเภอบึงสามพัน และนายกกิ่งกาชาดอำเภอบึงสามพัน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและประชาชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.


เพชรบูรณ์เดินหน้าประชุมคณะทำงาน “สานพลังรับมือฝุ่นควัน” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เตรียมเข้าถึง 7 กองทุนชาติ หนุนแก้หมอกควันยั่งยืน

 


วันที่ 25 มิถุนายน 2568 ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ นายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานโครงการ “สานพลังคนเพชรบูรณ์รับมือฝุ่นควัน” โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม เครือข่ายสื่อมวลชน ภาคประชาชน และองค์กรภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 20 คน

...สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน ผู้ประสานงานโครงการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมว่า เพื่อพัฒนากลไกและนโยบายสาธารณะในการจัดการปัญหาฝุ่นควันแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พร้อมเสริมสร้างศักยภาพของแกนนำระดับจังหวัดให้สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในสังคม ผ่านการสื่อสารและการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการของมูลนิธิคนเห็นคน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์และภาคเหนือตอนล่าง

ที่ผ่านมา โครงการได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับจังหวัดต่างๆ โดยมีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานระดับจังหวัดและภูมิภาค เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการปัญหาหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในผลสัมฤทธิ์สำคัญ คือ การจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างสภาเกษตรใน 8-9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อประสานการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างบูรณาการ

ขณะเดียวกัน ได้มีการหารือถึงการเตรียมความพร้อมสู่การต่อยอดโครงการในระยะยาว เนื่องจากโครงการปัจจุบันจะสิ้นสุดในช่วงเมษายน–พฤษภาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเข้าถึงการสนับสนุนจาก 7 กองทุนระดับประเทศ ซึ่งได้แสดงเจตจำนงร่วมสนับสนุนพื้นที่นำร่อง 2 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่าง ( 8 จังหวัด รวมถึงเพชรบูรณ์) และภาคใต้ฝั่งอันดามัน (7 จังหวัด) โดยทั้ง 7 กองทุน ประกอบด้วยสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กองทุนสิ่งแวดล้อม กองทุนพัฒนาไฟฟ้า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และTHAICI ความร่วมมือระหว่างประเทศ กองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 7 กองทุน จะลงพื้นที่ในการให้ความรู้เสนอแผนโครงต่อกองทุนต่อไป

ผู้ประสานงานโครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางสำคัญในการเข้าถึงแหล่งทุนคือ การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ โดยใช้คณะทำงานระดับจังหวัดเป็นแกนกลาง เพื่อสร้างทิศทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ได้มีแผนจัดเวทีประชุมใหญ่ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ โดยจะเชิญผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเกษตร และองค์กรเครือข่ายรวมประมาณ 80 คน เข้าร่วม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการเข้าถึงแหล่งทุนจากทั้ง 7 กองทุน และร่วมกันออกแบบกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่ในระยะต่อไป ซึ่งหากโครงการในจังหวัดเพชรบูรณ์สามารถรวมพลังของคณะทำงานระดับจังหวัดและภาคีเครือข่ายให้เข้าถึงกองทุนเหล่านี้ได้อย่างสอดประสาน จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่นควันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.


วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568

เยาวชนเพชรบูรณ์ โชว์ฟอร์มเจ๋ง คว้าเหรียญทอง-เงิน มวยสากลยุวชนและเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย

สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย        จัดการแข่งขันมวยสากลยุวชนและเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 14–21 มิถุนายน ณ ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬามวยรุ่นเยาวชนได้สะสมประสบการณ์ พร้อมก้าวสู่เวทีทีมชาติไทยและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ สำหรับการแข่งขันในปีนี้ นักกีฬาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดโรงเรียนดงขุยวิทยาคม ตำบลดงขุย อำเภอชนแดน โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม คว้าเหรียญรางวัลได้ทั้งเหรียญทองและเหรียญเงิน ได้แก่ ด.ญ.ณัชชา เรืองฉาย เจ้าของเหรียญทองประเภทยุวชนหญิง ระดับ ข. รุ่น 40 กิโลกรัม และ นายนราวิชญ์ เรืองฉาย เจ้าของเหรียญเงินประเภทเยาวชนชาย ระดับ ข. รุ่น 45 กิโลกรัม

ความสำเร็จของเยาวชนเพชรบูรณ์ครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพและความตั้งใจของนักกีฬารุ่นใหม่ในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่กีฬามวยสากลไทยได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ในพิธีปิดการแข่งขัน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก นายสมชาย ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นของนักกีฬาและสนับสนุนให้เยาวชนไทยเดินหน้าฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต ด้วยผลงานที่โดดเด่นนี้ เยาวชนจากเพชรบูรณ์ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยยกระดับวงการมวยสากลไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระดับโลก


วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2568

มูลนิธิคนเห็นคน ผนึกเครือข่ายอาชีวะ เดินหน้าสร้างแกนนำอาชีวอาสา ลดปัจจัยเสี่ยงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

 

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมร่มโพธิ์ วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรมโครงการ “ขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาชีวะลดปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษาและพัฒนาสุขภาวะชุมชนภาคเหนือตอนล่าง” โดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน มูลนิธิคนเห็นคน ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์

นายทองจันทร์ ประทุมโฉม ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ กล่าวให้โอวาทและต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่ ร...สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน กล่าวว่า โครงการนี้มุ่งสร้างพื้นที่ต้นแบบในการลดปัจจัยเสี่ยงจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนระดับอาชีวศึกษา โดยมีเป้าหมายให้เกิดการเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเชิงรุกจากสถานศึกษาไปยังชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม มีนายธีรชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ นายวิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาววรรณิกา หาญกลิ้ง นายกสมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง จ.เพชรบูรณ์ ภญ.พจนาลัย อนุสรณ์พาณิชกุล จากร้านยาเรือนเภสัช เข้าร่วม

กิจกรรมประกอบด้วยการให้ความรู้เรื่องพิษภัยของบุหรี่ การตรวจสมรรถภาพปอด (เป่าปอด) ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจในการเลิกบุหรี่ และการจัดตั้ง “ศูนย์ให้บริการเลิกบุหรี่ครบวงจร” ภายในสถานศึกษา รวมถึงการพัฒนา “แกนนำอาชีวะอาสา” เพื่อทำหน้าที่คัดกรอง ให้คำปรึกษา และส่งต่อการบำบัดแก่เพื่อนนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือจากร้านยาคุณภาพในชุมชนเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าถึงบริการ

ภายในงานยังมีการอบรมแนวทาง “คลินิกบำบัดบุหรี่” โดยใช้แนวคิดสหสาขาวิชาชีพที่ประยุกต์ใช้แล้วในโรงพยาบาลทั่วประเทศ พร้อมเสริมพลังกลุ่มเพื่อนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนเลิกบุหรี่อย่างยั่งยืน ผ่านการให้คำปรึกษาเชิงสมัครใจตามบริบทของสถาบันอาชีวศึกษา นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการกิจกรรมร่วมกับ “ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center)” เพื่อขยายผลสู่ชุมชนในอนาคต ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยนักศึกษา คณาจารย์ สื่อมวลชน ร้านยาคุณภาพ คลินิกบำบัดบุหรี่ และภาคีเครือข่าย รวมกว่า 100 คน สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคบริการสุขภาพ กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นโครงการนำร่องของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สามารถต่อยอดและขยายผลสู่สถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่อื่น ๆ โดยอาศัยพลังของเยาวชน โมเดลความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย และการสนับสนุนจากชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ภายหลังการจัดกิจกรรม มีนักศึกษา 3 คนแสดงความประสงค์เข้ารับการบำบัด และอีก 10 คนแสดงเจตจำนงเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเลิกบุหรี่ ซึ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการดำเนินงานในครั้งนี้.

ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้