วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เพชรบูรณ์ประชุมจัดทำแผนสาธารณภัย 2564–2570 เน้น “รู้รับ–ปรับตัว–ฟื้นเร็ว–ยั่งยืน”

วันที่ 27 สิงหาคม 2568ที่ ห้องมหาธาตุ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2564–2570 โดยเน้นการปรับปรุงแผนให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งภัยธรรมชาติที่เกิดบ่อยขึ้นจากภาวะโลกร้อน เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม และภัยแล้ง รวมถึงความเสี่ยงใหม่ ๆ อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) แผนสาธารณภัยจังหวัดฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 โดยกำหนดทิศทาง “รู้รับ – ปรับตัว – ฟื้นเร็วทั่ว – อย่างยั่งยืน” พร้อมผลักดันให้หน่วยงานระดับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง

การปรับแผนครั้งนี้เน้นการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนทุกภาคส่วน เข้าใจความเสี่ยงและใช้ข้อมูลความเสี่ยงประกอบการวางแผนและการลงทุน พร้อมส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นในการรับมือภัยพิบัติ เพื่อยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการสาธารณภัยของจังหวัด และเสริมความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน

เพชรบูรณ์ถือเป็นจังหวัดที่มีความเสี่ยงด้านสาธารณภัยสูง โดยเฉพาะน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ภูเขา รวมทั้งภัยแล้งที่กระทบต่อภาคการเกษตร แผนฯ ฉบับใหม่นี้จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้จังหวัดสามารถรับมือและฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ไฟไหม้บ้านหนุ่มชนแดนวอดทั้งหลัง เจ้าของกลับมาเจอช็อกเป็นลม กู้ภัยหามส่ง รพ.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ร.ต.ท.ณภัทร เครือดี ร้อยเวร สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 104/1 หมู่ 29 บ้านแสนสมบูรณ์ ต.พุทธบาท อ.ชนแดน หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ชนแดน และ อบต.พุทธบาท เข้าระงับเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงชั้นเดียว พบเพลิงกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมได้ ตรวจสอบพบตัวบ้านและทรัพย์สินภายในถูกไฟเผาเสียหายทั้งหมด รวมทั้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 1 คัน และกองไม้กับเตาเผาถ่านหลังบ้านก็ถูกไฟลุกไหม้ไปด้วย

ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นายวีระพงษ์ หล่ายพันธุ์ อายุประมาณ 40 ปี อาศัยอยู่เพียงลำพัง ขณะเกิดเหตุออกไปตัดไม้ทำฟืนเพื่อเผาถ่านตามปกติ เพื่อนบ้านเห็นกลุ่มควันจึงโทรศัพท์ไปแจ้ง เมื่อเจ้าของรีบกลับมาพบว่าบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง ถึงกับช็อกเป็นลมล้มฟุบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลชนแดน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เพลิงเริ่มต้นจากด้านหลังบ้านบริเวณยุ้งเก็บของที่มีกระสอบถ่านวางเรียงอยู่ ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งหลังบ้าน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

คณะกรรมการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5 หนเหนือ” ลงพื้นที่เพชรบูรณ์ ประเมินผลสร้างความปรองดอง–สมานฉันท์

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่วัดบึงศรีเทพรัตนาราม อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน ประธานคณะกรรมการหนเหนือ พร้อมด้วยพระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ประธานกรรมการบริหารกลาง และคณะกรรมการ เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามและประเมินผลโครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5 หนเหนือ” ซึ่งบูรณาการร่วมกับหลักธรรมพระราชทาน “ธรรมนาวา วัง” ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

โดยมีพระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (มหานิกาย) พระโสภณวชิราการ เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ (ธรรมยุต) นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล รองผู้ว่าฯ คณะสงฆ์ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับการตรวจประเมินครั้งนี้ เป็นการติดตามผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ของบ้านหลักเมือง หมู่ 13 ต.ศรีเทพ โดยมีวัดบึงศรีเทพรัตนารามเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนกิจกรรม ทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนและนักเรียนร่วมปฏิบัติธรรม น้อมนำเบญจศีล–เบญจธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน และสร้างกลไกชุมชนร่วมรักษาศีล 5

ผลปรากฏว่า ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือดี มีการนำศีล 5 มาใช้จริงในครอบครัวและสังคม จนเกิดความอบอุ่น สมานฉันท์ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของโครงการ ขณะที่คณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเตรียมขยายผลโครงการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัด เพื่อสร้าง “เพชรบูรณ์ ดินแดนแห่งความสุขของคนอยู่ และผู้มาเยือน” อย่างแท้จริง

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดวอน รัฐบาลห้ามนำเข้าข้าวโพด GMO เนื่องจากราคาจำหน่ายผลผลิตข้าวโพดในประเทศ ตกต่ำไม่คุ้มราคาต้นทุนการผลิต

เพชรบูรณ์ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดวอน รัฐบาลห้ามนำเข้าข้าวโพด GMO เนื่องจากราคาจำหน่ายผลผลิตข้าวโพด ในประเทศ ตกต่ำไม่คุ้มราคาต้นทุนการผลิต

วันที่ 15 สิงหาคม 2568  จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ปลูกข้าวโพด ที่สำคัญของประเทศ กำลังปัญหาราคาข้าวโพดที่ตกต่ำ ส่งผลให้ ชาวเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาจำหน่ายผลผลิตข้าวโพด ไม่คุ้มราคาต้นทุนการผลิต  จึงวอน รัฐบาล ช่วยเหลียวแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด  ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ขณะนี้ คือต้นทุนการผลิตมีราคาสูง ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาปุ๋ย ราคายาฆ่าแมลง ราคาเมล็ดพันธ์ แต่ราคาผลผลิตตกต่ำ คือมีราคาขายผลผลิต ได้ไม่เกิน ราคากิโลละ 6 บาทเศษ ซึ่ง รัฐบาล ชอบนำเข้าข้าวโพด GMO ในช่วงที่เกษตรกร กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ปัญหาคือเกษตรกรไม่มีผู้ที่รับซื้อผลผลิตพืชไร่ โดย ข้าวโพด GMO จากต่างประเทศ ซึ่งหากจะนำเข้ามาในประเทศ ต้องมีราคานำเข้าไม่ต่ำกว่าราคาข้าวโพด ในประเทศ  ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด จึงจะสามารถอยู่ได้ในราคารับซื้อที่ กิโลกรัมล่ะ 7.50 บาท ที่ความชื้น 30%  นอกจากนี้ ข้าวโพด ดัดแปลงพันธุกรรม (GMO ) จากอเมริกา  ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการบางส่วน ที่ออกมาคัดค้านการนำเข้า และเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบาย เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อราคาข้าวโพด ในประเทศ  โดยปีนี้ ราคาข้าวโพด ตกต่ำ โรงงานอาหารสัตว์ รับซื้อราคาถูกจนแทบไม่พอค่าน้ำมันรถไถ ไม่คุ้มค่าแรง สุดท้ายต้องขายขาดทุน  วันนี้เกษตรกร อยากฝากเสียงนี้ถึงผู้มีอำนาจ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยมองเห็นความลำบากของพวกเกษตรกร ให้ช่วยหาทางแก้ไขราคาที่เป็นธรรม ให้เกษตรกรมีแรงลุกขึ้นสู้ต่อในฤดูกาลหน้า เพราะถ้าปล่อยแบบนี้ อีกไม่นานชาวไร่ข้าวโพดคงเหลือแต่ในภาพถ่าย

จากการสอบถาม นายนิเวศน์ เชื้อหงษ์ เกษตรกร ชาวอำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูฝนของข้าวโพดที่กำลังออก สักพักถ้าข้าวโพดออกเยอะเยอะราคาจะถูกขนาดไหนจึงวิงวอนรัฐบาลขอให้ช่วยก่อนที่จะให้ชาวบ้านชาวไร่ชาวสวนต้องฆ่าตัวตายเพราะไม่มีเงินใช้หนี้ใช้สินลูกหลานจะไม่มีค่าเทอมอยู่แล้วเพราะลงทุนไปไร่ละหกถึง 7000 จะมาขายไร่ละ 6000 กว่าบาทมันอยู่ไม่ได้จึงวิงวอนท่านผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้ช่วยประชาชนด้วย

เดชา มลามาตย์ เพชรบูรณ์

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568

กล้วยประหลาดออกหัวปลีกลางลำต้น ชาวบ้านเพชรบูรณ์แห่ขอเลขเด็ด

 

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ต่างพากันฮือฮา หลังพบต้นกล้วยประหลาดซึ่งออกหัวปลีและหวีกล้วยโผล่กลางลำต้น สร้างความแปลกใจแก่ผู้พบเห็น

ต้นกล้วยดังกล่าวปลูกอยู่บริเวณตรงข้ามบ้านเลขที่ 445 หมู่ 5 บ้านหนองตาด ของ นางเฉลียว คล้ายแก้ว อายุ 68 ปี ซึ่งปลูกกล้วยรวมกว่า 30 ต้น แต่มีเพียงหนึ่งต้นที่มีลักษณะผิดปกติ โดยออกผลและหัวปลีบริเวณกึ่งกลางของลำต้น

หลังข่าวแพร่กระจาย ชาวบ้านและคอหวยจำนวนมากได้เดินทางมาชม พร้อมนำดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องเซ่น และขันธ์ 5 มาประกอบพิธีตามความเชื่อ บางรายใช้แป้งลูบที่หวีกล้วยและลำต้น พบตัวเลขแตกต่างกัน เช่น 179 และ 479 ส่วนการนับผลกล้วยพบว่ามี 6 หวี รวม 30 ลูก ขณะเดียวกันยังมีการจุดธูปเสี่ยงโชค ปรากฏเป็นเลข 42

นางเฉลียวเล่าว่า ปลูกกล้วยต้นนี้มากว่า 1 ปี ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติ จนกระทั่ง 3 วันก่อน ขณะจะรดน้ำเพราะฝนทิ้งช่วง พบว่ากล้วยออกผลกลางลำต้น จึงเชื่อว่าอาจนำโชคลาภมาให้ และได้บอกต่อเพื่อนบ้านซึ่งพากันมาขอเลขเด็ดต่อเนื่อง

เดชา มลามาตย์-รายงาน

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เกษตรเพชรบูรณ์เดินหน้าส่งเสริมการผลิตและเพิ่มมูลค่าไม้ผลเมืองหนาว ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์



วันที่ 5-7 สิงหาคม 2568 นายวรรณลภย์ ทองบุดดี เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้นางนันทพร ทองอินทร์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเขาค้อ จัดการอบรมโครงการส่งเสริมการผลิตและเพิ่มมูลค่าไม้ผลเมืองหนาว ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางพระราชดำริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

การอบรมมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพ การปลูก การดูแลรักษา การขยายพันธุ์ การเก็บเกี่ยว รวมถึงการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าไม้ผลเมืองหนาว โดยเฉพาะ อาโวคาโด และ แมคคาเดเมีย พร้อมแนวทางเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงนิเวศ เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชน มีเกษตรกรกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม 100 ราย แบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่

 
รุ่นที่ 1 และ 2 : หลักสูตรการผลิตอาโวคาโดคุณภาพ ครอบคลุมการขยายพันธุ์และการผลิตต้นกล้า การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การจัดการหลังเก็บเกี่ยว โรคและแมลง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมฝึกปฏิบัติการผลิตต้นกล้าคุณภาพ รุ่นที่ 3 : หลักสูตรการผลิตและเพิ่มมูลค่าแมคคาเดเมีย เน้นการขยายพันธุ์ การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว การป้องกันโรคและแมลง การแปรรูป การเพิ่มมูลค่า และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์


การอบรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตไม้ผลเมืองหนาวในพื้นที่เขาค้อ ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพผลผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดเพชรบูรณ์

สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย จัดประชุมกรรมการสัญจรที่จังหวัดสกลนคร

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 ที่ร้านครัวบัวทอง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) นำโดย นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและที่ปรึกษาสมาคมฯจัดการประชุมคณะกรรมการประจำเดือนตามข้อบังคับสมาคมฯ โดยมีสมาชิกจากจังหวัดสกลนครเข้าร่วมรับฟัง วาระสำคัญของการประชุม ได้แก่ ความคืบหน้าการยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ รายงานสถานะทางการเงิน และการพิจารณาจัดกิจกรรมของสมาคมฯ

นางวิลาสินี เจริญสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้การยื่นจดทะเบียนคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้โครงการต่าง ๆ ที่เคยหารือกันไว้จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรม อาทิ โครงการของ นายเทียนชัย ภัยรีพ่าย ที่เสนอให้มอบเงินสวัสดิการแก่สมาชิกอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งเข้าร่วมประชุมใหญ่ทุกครั้งและคงสมาชิกภาพ โดยที่ประชุมมีมติสนับสนุนเงินสวัสดิการจำนวน 2,000 บาทต่อราย

นายนที บุญรอด กรรมการสมาคมฯ เสนอให้จัดกิจกรรมในจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพการประชุมประจำเดือน เพื่อเป็นกิจกรรมสังคมของสมาคมฯ ที่ประชุมเห็นชอบให้สนับสนุนงบประมาณ 3,000 บาท สำหรับเลี้ยงอาหารกลางวันนักเรียน และสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาแก่โรงเรียนที่กรรมการในจังหวัดเสนอ ด้านการเงิน นายศตวรรษ วงศ์ประทุม เหรัญญิกสมาคมฯ รายงานว่าสมาคมฯ มียอดเงินคงเหลือในบัญชีประมาณ 1 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน นายณรงค์ ภัยกำจัด เลขาธิการสมาคมฯ เสนอให้ปิดบัญชีธนาคารของสมาคมฯ ที่เปิดไว้ในจังหวัดพิษณุโลกและนครสวรรค์ในสมัยนายกคนก่อน เพื่อรวมเป็นบัญชีเดียว โดยที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการตามข้อเสนอ นอกจากนี้ นางสมร สมาชิกจากจังหวัดสกลนคร ได้สอบถามความคืบหน้าเรื่องบัตรสมาชิก โดยเลขาธิการสมาคมฯ รับปากว่าจะดำเนินการให้โดยเร็ว หลังเสร็จสิ้นการประชุมเวลา 15.30 น. คณะได้เดินทางไปศึกษาดูงานต่อที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ต่อมาที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร คณะสมาคมฯ ได้รับการต้อนรับจาก นายทนุพงศ์ ร่วมรักษ์ ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ฯ ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นหนึ่งใน 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 ตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เพื่อเป็นแหล่งศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาด้านต่าง ๆ ทั้งการจัดการน้ำ การปลูกป่า การบำรุงดิน การเกษตร และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้สอดคล้องกับภูมิประเทศและสังคมท้องถิ่น พร้อมเป็นแหล่งสาธิตและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้นำผลสำเร็จจากการวิจัยไปขยายสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ถ่ายทอดความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างเกษตรกรต้นแบบและศูนย์เรียนรู้ทั้งในและนอกจังหวัด คณะได้เยี่ยมชมจุดศึกษาดูงานสำคัญ ได้แก่ งานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์ งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว (ผ้าย้อมคราม) แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ ร้านเลิศพัฒนภัณฑ์ จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์และของที่ระลึก ในโอกาสนี้ สว.ไชยยง มณีรุ่งสกุล ตัวแทนสมาคมฯ มอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ฯ ก่อนเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่จริง และรับประทานอาหารเย็นที่ห้องรับรองของศูนย์ฯต่อไป

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568

“ศปป.4 กอ.รมน.” หนุนวิสาหกิจเขาค้อ ยก “แมลงวันลาย” จัดการขยะ ลดโลกร้อน สร้างรายได้ชุมชน

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 วิสาหกิจชุมชนฟอเรส ฮิลล์ เขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับคณะจากศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) นำโดย พลตรี สราวุธ เบญจจินดา ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ ศปป.4 กอ.รมน. พร้อมคณะร่วมด้วย พันเอก ธงชัย มีอนันต์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์, นางไอลดา ยาท้วม ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอเขาค้อ นักศึกษา และผู้แทนจากสถานประกอบการในพื้นที่ 

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์ด้วยแมลงโปรตีน BSF (Black Soldier Fly) ซึ่งเป็นแนวทางธรรมชาติที่กำลังได้รับความสนใจในระดับชุมชนและอุตสาหกรรม โดยได้รับความร่วมมือจากทีมวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ในการถ่ายทอดองค์ความรู้

นางเมธาวี กลมแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนฟอเรส ฮิลล์ เขาค้อ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำแมลงวันลายทหาร หรือ BSF มาใช้ในการกำจัดขยะอินทรีย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนอน BSF มีคุณสมบัติย่อยสลายเศษอาหาร เปลือกผักผลไม้ และวัสดุอินทรีย์อื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ลดปริมาณขยะได้สูงถึงร้อยละ 80 ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน

“แมลง BSF ต่างจากแมลงวันทั่วไป เพราะตัวเต็มวัยไม่มีปาก ไม่ไต่ตอมเศษอาหาร ไม่เป็นพาหะนำโรค และไม่มีผลกระทบต่อสุขอนามัยในชุมชน อีกทั้งยังได้ผลพลอยได้ คือ หนอนโปรตีนสูงที่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ และกากอินทรีย์ที่นำไปทำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีได้อีกทางหนึ่ง” นางเมธาวีกล่าว

ทั้งนี้ วงจรชีวิตของ BSF ใช้เวลาราว 45 วัน โดยในช่วงตัวหนอนโตเต็มวัยจะสามารถย่อยขยะอินทรีย์ได้มากที่สุด ก่อนเข้าสู่ระยะดักแด้และกลายเป็นตัวเต็มวัย ซึ่งจะวางไข่เพื่อเริ่มวงจรชีวิตใหม่ ทำให้สามารถผลิตหนอนได้อย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุน และไม่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

นอกจากนี้ การเลี้ยงแมลง BSF ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากการย่อยสลายของขยะเปียก ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง จึงเป็นแนวทางที่ไม่เพียงรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการจำหน่ายหนอนโปรตีน อาหารสัตว์ และปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย

สำหรับผู้สนใจศึกษาดูงานหรือแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการจัดการขยะอินทรีย์ด้วยแมลง BSF สามารถติดต่อได้ที่ วิสาหกิจชุมชน Forest Hill เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โทรศัพท์ 081-258-8524

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568

เพชรบูรณ์จัดวันรวมน้ำใจคนเพชรบูรณ์ ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ห้องโถง ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรม วันรวมน้ำใจคนเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นกำลังใจและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีรับมอบเงินบริจาคเข้าสู่ “กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยและสถานการณ์ชายแดน

กิจกรรมในครั้งนี้มีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงประชาชน ร่วมบริจาคเงินกว่า 37 หน่วยงาน รวมยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 513,500 บาท ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์จะดำเนินการส่งมอบเงินดังกล่าวต่อไปยังกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย นายศรัณยู มีทองคำ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจบริจาคในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความเอื้ออาทรและความรักใคร่สามัคคีของคนเพชรบูรณ์ในยามวิกฤต พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ต้องการร่วมบริจาคสามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ภายใต้ชื่อ “กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี” โดยยอดเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ ผู้บริจาคควรตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีก่อนโอนเงิน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

พังงาเปิดงาน “Southern Seafood @ Phangnga” ดันอาหารทะเลภาคใต้สู่เวทีการค้าโลก

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา — สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพังงา จัดพิธีเปิดงาน “Southern Seafood @ Phangnga” ภายใต้โครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์เมืองใต้ เชื่อมโยงการค้าโลก ปี 2568 โดยมี นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดงาน และ นางสาวกัลยรักษ์ เพชรอาวุธ พาณิชย์จังหวัดพังงา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

การจัดงานในครั้งนี้มี กิจกรรมหลัก “มหกรรมชีฟู้ดและสินค้าเด่นภาคใต้” ซึ่งรวบรวมอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป อาหารพื้นถิ่น สินค้า BCG และสินค้าอัตลักษณ์จาก 11 จังหวัดภาคใต้ (ยกเว้นยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) รวมกว่า 40 คูหา เพื่อแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพให้กับผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และนักลงทุน โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–9 สิงหาคม 2568 ในโอกาสนี้ นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวเปิดงานว่า “ภาคใต้ของไทยมีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีอาหารทะเลคุณภาพสูง และมีวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นที่โดดเด่น หากสามารถส่งเสริมและประชาสัมพันธ์อย่างถูกทิศทาง จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสามารถพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism ที่เชื่อมโยงทุกจังหวัดในภาคใต้เข้าด้วยกัน” รองผู้ว่าฯ ยังกล่าวด้วยว่า จังหวัดพังงาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนกว่า 4 ล้านคนต่อปี มีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และพื้นที่เชื่อมโยงการค้าในภูมิภาคอันดามันและอ่าวไทย รวมถึงระดับโลกได้ในอนาคต

ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนท้องถิ่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย การลุ้นรับคูปองชิงโชค และการถ่ายทอดสด(Live)ทางโซเชียลมีเดียเพื่อให้ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมงานสามารถรับชมบรรยากาศและกิจกรรมได้จากทางบ้าน พาณิชย์จังหวัดพังงา กล่าวว่า งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาลเมืองพังงา ที่ให้การสนับสนุนสถานที่จัดงาน พร้อมทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในภาคใต้ที่ร่วมกันคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมงานการจัด “Southern Seafood @ Phangnga” ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ แต่ยังเป็นการวางรากฐานการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีระดับประเทศและสากล

ภาพ/ข่าว เทวี  พระเมือง ผู้สื่อจังหวัดพังงา

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568

วัดบ้านบุ่งกกเรียงจัดพิธีฉลองวิหารหลังใหม่ พร้อมบวงสรวงพระเศรษฐีนวโกฏิ อย่างยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 วัดบ้านบุ่งกกเรียง ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้จัดพิธีฉลองวิหารหลังใหม่อย่างสมเกียรติ พร้อมประกอบพิธีบวงสรวงพระเศรษฐีนวโกฏิ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนในพื้นที่และผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณนาตยา หุ่นภักดีวรกุล ตัวแทน นายพรพล หุ่นภักดีวรกุล (โกพล) เจ้าของโรงขิงโกพลหล่มสัก เป็นประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาเครื่องบวงสรวง โดยมี นายถาวร บุญวิเศษ และ นางกาญจนา บุญวิเศษ ร่วมจุดธูปเทียนบูชาพระเศรษฐีนวโกฏิองค์จำลอง จากนั้น พราหมณ์ดนัย ได้ประกอบพิธีอ่านโองการบวงสรวงตามลำดับ

ภายหลังพิธีบวงสรวง ได้มีการประกอบพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิต โดยพระสงฆ์จาก 4 ทิศ ประกอบด้วย

  1. พระครูธีรวัชรญาณ เจ้าคณะตำบลบ้านโคก (ธรรมยุต)

  2. พระครูโสภิตพัชรธรรม เจ้าคณะตำบลน้ำร้อน (ธรรมยุต)

  3. พระอธิการสุรินทร์ กิตติสาโร เจ้าอาวาสวัดกงกะยาง

  4. พระอาจารย์อ๊อฟ

ในพิธีดังกล่าว พระครูธีรวัชรญาณ ได้เมตตาเป็นประธานจุดเทียนชัยเบื้องหน้าองค์พระเศรษฐีนวโกฏิภายในวิหารหลังใหม่ ก่อนที่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จะประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธาและปลื้มปีติของผู้ร่วมงาน

การจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจาก นายอนุสิทธิ์ ปิ่นนาง ผู้ใหญ่บ้านบ้านบุ่งกกเรียง หมู่ที่ 1 ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างดียิ่ง โดยมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี พร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้และสิ่งของมาร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางศาสนาที่ส่งเสริมความสามัคคีและความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างงดงาม.

นที บุญรอด/รายงาน


ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้