วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568

“เทศบาลตำบลบ้านกลาง คว้าทุน 2 แสน ร่วม TCAC 2025 เดินหน้าโครงการจัดการขยะชุมชนลดคาร์บอน”

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายวัชร กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง พร้อมด้วยนางสาวนุชรี สายแสน รองปลัดเทศบาลตำบลบ้านกลาง เข้าร่วมการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 4 หรือ Thailand Climate Action Conference: TCAC 2025 ภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด ร่วมพลิกวิกฤตโลกเดือด - Inspiring Climate Solutions for All”


การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ต่อความสำคัญของการรับมือกับวิกฤตโลกร้อน

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบ้านกลางยังได้รับมอบทุนสนับสนุนจากบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 200,000 บาท เพื่อนำไปดำเนิน “โครงการส่งเสริมการพัฒนาต้นแบบการจัดการขยะชุมชนลดคาร์บอน” ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศไทย พ.ศ. 2565 – 2570 โดยมุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เสริมสร้างระบบการจัดการขยะในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน #รายงาน

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568

ททท.พังงา จัด “ปั่นปลุกเมือง” Phang Nga Night Ride 2025 เติมสีสันเมืองพังงาครั้งแรกยามค่ำคืนอย่างยั่งยืน

นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Phang Nga Night Ride 2025” ภายใต้ธีม #TheValleyAwakes ปั่นปลุกเมือง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 เวลา 18.00–22.00 น. ณ ตลาดกราภูงา เส้นทางตัวเมืองพังงา พร้อมด้วยนายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพังงา และแขกผู้มีเกียรติจากทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรท่องเที่ยว ร่วมปล่อยตัวนักปั่นกว่า 500 คนทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างสีสันและชีวิตชีวาให้จังหวัดพังงาในยามค่ำคืน

กิจกรรมครั้งนี้จัดโดย ททท.สำนักงานพังงา ร่วมกับสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา สมาคมกีฬาจังหวัดพังงา เทศบาลเมืองพังงา Hands Experiences Thailand หอการค้าจังหวัดพังงา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา สมาคมโรงแรมจังหวัดพังงา สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงปลายฤดูฝน (Green Season) เพิ่มวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยว และเปิดมุมมองใหม่ให้กับเมืองพังงาในบรรยากาศกลางคืนที่สงบ โรแมนติก และมีชีวิตชีวา

นายอุทิศ ลิ่มสกุล เปิดเผยว่า จังหวัดพังงามีนักท่องเที่ยวกว่า 4.1 ล้านคนในปี 2567 สร้างรายได้กว่า 50,897 ล้านบาท ส่วนใหญ่ท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่ง ขณะที่ตัวเมืองยังมีศักยภาพทั้งเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ กิจกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการปั่นจักรยาน แต่เป็นการ“ปลุกเมือง”ยามค่ำคืน ผ่านเส้นทางที่เชื่อมจากตลาดกราภูงา Street Art วิถีชีวิตชุมชน ไปจนถึงศาลหลักเมืองที่สง่างาม สอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวยั่งยืนในวันท่องเที่ยวโลก (World Tourism Day) ภายใต้แนวคิด “สุขทันทีที่เที่ยว…พังงา”

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีเวทีคอนเสิร์ตจัดเต็มสร้างสีสันให้กับนักปั่นและผู้เข้าร่วมงาน เพลงสนุกจังหวะ“โอ้ลั่นล่า”ดังสนั่นควบคู่กับไฟเวทีที่กระพริบวิบวับ“วงดนตรี ไฟนด์ มี อันเดอร์ พาล์ม จากโรงเรียนเทศบาลบ้านท้ายช้าง จังหวัดพังงา  เติมชีวิตชีวาให้ลานตลาดกราภูงาอย่างคึกคัก หลายคนลุกขึ้นเต้น ร้องเพลง ถ่ายรูป และสนุกไปพร้อมกับเสียงดนตรีและแสงไฟ ทั้งนักท่องเที่ยว ประชาชนในพื้นที่ ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และเยาวชนต่างมีส่วนร่วมอย่างอบอุ่น ถือเป็นค่ำคืนที่พังงาตื่นอีกครั้งด้วยพลังจักรยาน เสียงเพลง และสีสันแห่งเมือง

ภาพ/ข่าว  เทวี  พระเมือง /พังงา 


วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2568

ตลาดป่าเห็วลำพูน พลิกโฉม! ชูโมเดล BCG หนุนสินค้าเกษตรปลอดภัย สร้างเศรษฐกิจคนเมืองเหนือ

วันที่ 26 กันยายน 2568 ที่ตลาดกลางผลผลิตทางการเกษตรอุตสาหกรรมเมืองลำพูน หรือ “ตลาดป่าเห็ว” ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน นายเธียร์สิทธิ์ ชัยเชาวรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการ “ตลาดต้นแบบ เพิ่มคุณภาพชีวิตเศรษฐกิจชุมชน คนภาคเหนือ” พร้อมเปิดป้ายตลาดต้นแบบ BCG MODEL Green Market อย่างเป็นทางการ

นางนรมน ใจการณ์ ผู้จัดการตลาดสาขาลำพูน ในนามผู้ดำเนินโครงการ เปิดเผยว่า องค์การตลาดมุ่งยกระดับมาตรฐานตลาด เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 6 ประการ ได้แก่ พัฒนาตลาดสาขาลำพูนให้เป็นตลาดต้นแบบตามโมเดล BCG, ยกระดับมาตรฐานตลาด, สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อชุมชนและการท่องเที่ยว, เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ค้าและชุมชน, ส่งเสริมสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย และสร้างตลาดต้นแบบเพื่อขยายผลในพื้นที่อื่น

ภายในงานยังจัดกิจกรรมเสริมความรู้ อาทิ การอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การรณรงค์ใช้ภาชนะจักสานแทนโฟม การพิมพ์ลายผืนผ้า และการประกวดเมนูอาหารสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม

นายเธียร์สิทธิ์ ชัยเชาวรินทร์กล่าวในพิธีเปิดว่า “โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจจริงของทุกฝ่ายในการยกระดับตลาดสาขาลำพูนให้ผ่านมาตรฐานสุขอนามัยและคุณภาพอย่างรอบด้าน และพร้อมผลักดันให้ตลาดป่าเห็วแห่งนี้เป็นต้นแบบระดับประเทศในปี 2568”

ทั้งนี้ ได้กล่าวขอบคุณรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย โรงพยาบาลลำพูน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน เทศบาลตำบลอุโมงค์ รพ.สต.อุโมงค์ อสม. และภาคเอกชนที่ร่วมกันผลักดันให้โครงการสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568

ลำพูนเตรียมจัด “Lanna Art & Music Festival” 3–4 พ.ย.นี้ ชูศิลปะ–ดนตรีล้านนา สร้างรายได้ชุมชน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนแถลงข่าวเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ล้านนา ผ่าน 4 โซนกิจกรรม ณ ประตูท่านาง

นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวการจัดโครงการเทศกาลดนตรีและศิลปะแห่งล้านนา “Lanna Art & Music Festival” โดยมีนายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวรายงาน ณ บริเวณประตูท่านาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มอบหมายให้จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “Lanna Art & Music Festival” ระหว่างวันที่ 3–4 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00–21.00 น. ณ ประตูท่านาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้จากทุนทางวัฒนธรรม ยกระดับศิลปะและประเพณีล้านนาให้เป็นที่รู้จักในระดับกว้าง พร้อมอนุรักษ์การแสดงพื้นบ้าน อาทิ การตีก๋องปู่จา วงสะล้อซอซึง และดนตรีปี่พาทย์พื้นเมือง

ภายในงานแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่

  1. มหกรรมเทศกาลดนตรีล้านนา (Lanna Music Festival) การแสดงจากศิลปินชื่อดัง “หลิว อาจารียา” และศิลปินท้องถิ่น

  2. Lanna Coffee Art Wellness & Music โซนกาแฟ ศิลปะ ดนตรี และกิจกรรมสุขภาพ เช่น การนวดและประคบสมุนไพร

  3. Workshop & DIY เวิร์กช็อปงานศิลป์และดนตรีพื้นเมืองกว่า 10 รายการ

  4. โซนอาหารและของดีชุมชน รวมร้านอาหารและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมกว่า 20 ร้านค้า

นอกจากนี้ยังมี “ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม” จัดขึ้นทุกวันเสาร์–อาทิตย์ เริ่ม 27 ก.ย. 2568 ณ ถนนรถแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศโคมแสนดวง อัตลักษณ์เมืองหริภุญชัย

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา ผ่านงานดนตรี ศิลปะ และวิถีชุมชนท้องถิ่นตลอด 2 วันของการจัดงาน


ภาพข่าว : #ทอแทนรีนิวส์
ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์
สังกัด : ลำพูน ภาคเหนือฯ


“นักข่าวสองล้อ” ทำข่าวก็ไว ส่งอาหารก็ทันใจ ลูกค้าขำถามติดตลก “สรุปเป็นอะหยัง เอาม่วนบ๋อ?”

นักข่าวสายอาชญากรรม ลำพูน–เชียงใหม่ เผยชีวิตสองบทบาท ทั้งรายงานข่าว–ขับแกร็บ สุดภูมิใจ “ได้ดีแล้วอย่าลืมถิ่น ม่วนใจ๋ทุกออเดอร์”

ชีวิตสองล้อของ “ทอแทน สายข่าวอาชญากรรม ลำพูน–เชียงใหม่” กลายเป็นเรื่องเล่าที่ทำให้หลายคนยิ้มตาม หลังเจ้าตัวเผยว่า ทุกวันนอกจากทำหน้าที่นักข่าวแล้ว ยังควบมอเตอร์ไซค์ออกไปขับแกร็บต่อ ไม่เคยทิ้งอาชีพเดิม

เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนเข้าสู่วงการสื่อก็เคยเป็นไรเดอร์มาก่อน รายได้จากการส่งอาหารคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เดินมาถึงจุดนี้

“ก่อหน้านี้ที่จะมาเป็นนักข่าว ผมก็ขับแกร็บขับฟู้ดมาก่อน ถึงวันนี้ได้อยู่ในวงการสื่อ ก็ไม่เคยลืมรายได้ที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ ทุกวันนี้ยังขับทุกวัน วันไหนมีข่าวก็ทำข่าวให้เสร็จ แล้วค่อยกลับมาขับแกร็บต่อ มันคือชีวิตอิสระ ได้ดีแล้วก็อย่าลืมถิ่นแค่นั้น”

สำหรับเขา ความสุขคือการได้จัดการชีวิตเอง ทั้งไปทำข่าว–แวะขับส่งอาหาร แถมยังได้ทักทายผู้คนระหว่างทาง รู้สึก “ม่วนใจ๋” ที่กำหนดทั้งเวลาและรายได้ด้วยตัวเอง

หนึ่งในออเดอร์ล่าสุด เจ้าตัวเล่าพร้อมหัวเราะว่า
👉 ไปรับของ → ถ่ายรูป → ส่งถึงหน้าบ้านลูกค้า
⏱ ใช้เวลาเพียง 5 นาที ได้ 40 บาท
“บิด 120 กะจบงานไว ลูกค้าประทับใจ”

จนบางครั้งลูกค้าถึงกับแซวว่า
👉 “สรุปเป็นนักข่าวหรือเป็นไร เอาม่วนบ๋อ?”

แต่คำตอบของเขาชัดเจนแล้ว—
เขาคือนักข่าวหัวใจสองล้อ ที่ทั้งรายงานข่าวไว และส่งอาหารทันใจ

#แกร็บเชียงใหม่ #สายข่าวแกร็บ #แกร็บอินฟู #รวดเร็วทันใจ


วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568

ลำพูนเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่อำเภอลี้ บ้านเรือนและทรัพย์สินประชาชนได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 15.00 – 17.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลป่าไผ่ และตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยน้ำเย็น บ้านห้วยศาลา (ต.ป่าไผ่) บ้านหนองบัวคำ และบ้านสันป่าสัก (ต.แม่ตืน) จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีบ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะทรัพย์สินทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน ถูกกระแสน้ำพัดได้รับความเสียหายหลายคัน

นอกจากนี้ น้ำป่าที่ไหลหลากยังได้ท่วมถนนสาย 106 ลี้ – ลำพูน บริเวณบ้านห้วยน้ำเย็น บ้านไร่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ทำให้การสัญจรได้รับผลกระทบชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ล่าสุดระดับน้ำได้เริ่มลดลงแล้ว โดยรถยนต์ขนาดใหญ่สามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ ทั้งนี้  บ้านเลขที่ 2 หมู่ 10 บ้านหนองบัวคำ ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ของนางอัญญวริญ เจ้าของร้านเคดีผ้าม่าน บันทึกภาพขณะที่น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมภายในบ้าน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพลอยไปกับกระแสน้ำ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป


ขอบคุณ เครดิตภาพ จาก คุณ อัญญวริณ เคดีผ้าม่าน

คุณ รัตนาพร(พี่เต้ย)สายข่าวชี้ /สมาคมกู้ภัยลี้ /เทศบาลตำบลป่าไผ่/ เทศบาลตำบลเวียงแก้ว

นาย แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวลำพูน รายงาน


วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568

ทหาร ม.พัน.28 พล.ม.1 ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.หล่มสัก ตั้งโรงครัวพระราชทาน ประกอบอาหารปรุงสุก ให้ผู้ประสบอุทกภัย 6,014 ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2568 ม.พัน.28 พล.ม.1 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน ร่วมกับประชาชนจิตอาสาและส่วนราชการในพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยได้ร่วมกันอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งลงพื้นที่ฟื้นฟูสถานที่สาธารณะและเส้นทางคมนาคมให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ พร้อมทั้งจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเสริมกำลังใจในการฟื้นฟูชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.หล่มสัก ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนจำนวน 58 หมู่บ้าน รวม 6,014 ครัวเรือน มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 15,096 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและรวดเร็วต่อไป.

เศร้า! ปิดตำนานคู่รักเดินหาของเก่า สวมหมวกกันน็อคคู่กัน ฝ่ายหญิงตัดสินใจ เดินลงน้ำจมดับ หลังทะเลาะกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 กันยายน 2568 ทีมกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตภายในบ่อน้ำสวนหลังบ้าน ที่บ้านสบแจ่มฝั่งซ้าย หมู่11ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมชมรมอาสากู้ภัยอำเภอฮอด เข้าตรวจสอบ พบศพลอยขึ้นมาเองก่อนถูกนำขึ้นฝั่ง ผู้เสียชีวิตคือ นางจี่ อายุ 60 ปี ภรรยาของ “นายจ่อ” คู่รักสูงวัยที่เป็นที่รู้จักกันดีในอำเภอฮอด จากภาพชินตา “เดินหาของเก่า สวมหมวกกันน็อคคู่กันตลอด” จากการสอบถามชาวบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นางจี่มีปากเสียงกับนายจ่อ จากนั้นเดินลงไปในบ่อน้ำและจมหายไป ญาติจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลจอมทองเข้าชันสูตร ไม่พบสิ่งผิดปกติ ญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต ก่อนนำร่างไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ถือเป็นการปิดฉาก “ตำนานคู่รักหมวกกันน็อคแห่งอำเภอฮอด” ที่ชาวบ้านรู้จักและพูดถึงมานาน 

 เครดิตภาพ ชมรมอาสากู้ชีพ-กู้ภัยอำเภอฮอด HodRescue 

 นาย แทน ต่อมสังข์ #รายงาน

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568

พังงาคัดเลือก “กพสจ.” นางสาวพัทธนันท์ สมใจ นั่งประธานต่อเนื่อง เดินหน้าขับเคลื่อนพลังสตรีสู่ระดับสากล

วันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ ห้องประชุมเทพทาโร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพังงา นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธานมอบนโยบายและเปิดการประชุมคัดเลือกคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพังงา (กพสจ.) ครั้งที่ 2 โดยมีนายประพันธ์ วรรณบวร พัฒนาการจังหวัดพังงา เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับจังหวัด เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายประพันธ์ วรรณบวร พัฒนาการจังหวัดพังงา กล่าวถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่า เป็นการคัดเลือกคณะกรรมการพัฒนาสตรีซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสตรีในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยมีผู้แทนจากคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอละ 2 คน รวม 16 คน และสตรีผู้ทำคุณประโยชน์ จำนวน 20 คน เข้าร่วมอย่างคึกคัก พร้อมทั้งคาดหวังว่าคณะกรรมการชุดใหม่นี้จะช่วยเสริมพลังสตรีพังงาให้มีบทบาทเข้มแข็งในการพัฒนาชุมชน สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น และขับเคลื่อนงานสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวทาง “Change for Good” ของกรมการพัฒนาชุมชน

การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญในการคัดเลือกตำแหน่งประธานพัฒนาสตรีจังหวัดพังงา ซึ่งผลการคัดเลือกเป็นเอกฉันท์ให้นางสาวพัทธนันท์ สมใจ ดำรงตำแหน่งประธานต่ออีกสมัย พร้อมทั้งมีการคัดเลือกคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาค (กพสภ.) ภาคใต้ เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงจากระดับจังหวัดไปสู่ระดับภูมิภาค บรรยากาศภายหลังการลงคะแนนเป็นไปอย่างอบอุ่น ตัวแทนคณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับอำเภอร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีโดยนางสาวพัทธนันท์ สมใจ ประธานกพสจ.พังงา กล่าวปิดท้ายว่า “ดิฉันขอขอบคุณทุกคนที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่ประธานอีกสมัย งานพัฒนาสตรีจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยแรงกายแรงใจจากทุกพลังสตรีของพังงา เราจะร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาสตรีให้ก้าวไกล และยกระดับสู่มาตรฐานสากลต่อไป”

เทวี  พระเมือง  ภาพ/ข่าว 

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2568

โลตัสฮอลฯ คว้ารางวัล CSR Award 2025 เพชรบูรณ์ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 บริษัท โลตัสฮอล วิศวกรรมเหมืองแร่และก่อสร้าง จำกัด นำโดย ดร.ณัจพันธ์ วิญญาวงค์ กรรมการผู้อำนวยการ และ นางเนตรนภา วิญญาวงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ เข้ารับรางวัล “ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่น ประจำปี 2568” (CSR Award 2025) จังหวัดเพชรบูรณ์ จากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี นายอนุกูล ปี่นแก้ว ปลัดกระทรวงฯ ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายศราวุธ มูลโพธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และ นายมาโนชญ์ คงรัตนชาติ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมแสดงความยินดี

บริษัทโลตัสฮอลฯ ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ทองคำชาตรีมากว่า 20 ปี ภายใต้นโยบาย “เหมืองเป็นมิตรกับชุมชน” มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลัก “จากความตั้งใจ สู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้” ครอบคลุมด้านต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างงานในพื้นที่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น การส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และประเพณี การดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรการลดฝุ่นละออง ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว และการคัดแยกขยะ รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและการสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง

ในด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของพนักงาน อาทิ การตรวจสุขภาพประจำปี การจัดตั้งกองทุนฌาปนกิจ การสนับสนุนเครื่องแบบ การเยี่ยมให้กำลังใจพนักงานและครอบครัวในกรณีเจ็บป่วย รวมถึงการช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตและสวัสดิการสำหรับครอบครัวพนักงาน

ดร.ณัจพันธ์ วิญญาวงค์ กล่าวย้ำว่า “หัวใจของการทำ CSR ของบริษัทฯ คือการช่วยเหลือด้วยหัวใจ ความจริงใจในการลงมือทำจะช่วยสร้างรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับสังคมและชุมชน”ทั้งนี้ โลตัสฮอลฯ ยังขับเคลื่อนโครงการ “โลตัสฮอลปันสุข” ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ และหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม เช่น โครงการพาน้องช้อปรับเปิดเทอม โครงการช่วยเหลือคืนดีสู่สังคม โครงการน้ำพระทัยสู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตลอดจนการจัดครูอาสาสอนผู้สูงอายุและโรงเรียนในชุมชน การจิตอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย การบริจาคโลหิต สนับสนุนกิจกรรมศาสนาและงานประเพณี รวมถึงการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่โดยรอบเหมือง



วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568

สช. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายวิชาการ รัฐ หามาตรการสกัด ปิดช่องโหว่สื่อออนไลน์บุหรี่ไฟฟ้า ป้องกันเยาวชนตกเป็นเหยื่อ

สช.และภาคีประชุมเข้ม หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมสื่อออนไลน์ เพื่อเฝ้าระวังบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย “ปิดช่องโหว่การตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในสื่อออนไลน์” ที่กำลังแพร่ระบาดกับเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อทางการตลาด

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมประชุมถกเข้ากับภาคีเครือข่าย คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผุ้บริโภค (สคบ.) กระทรวงวัฒนธรรม กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กรมประชาสัมพันธ์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สภาองค์กรผู้บริโภค และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 11 กย. ที่ผ่านมา

ศ.พญ. สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนานโยบายประเด็นการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า กล่าวว่า จากการจัดประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้สื่อในการป้องกันและแก้ไข เมื่อวันที่ 4-5 สิงหาคม ในหัวข้อ "สื่อสร้างสรรค์ รู้เท่าทันกลยุทธ์ธุรกิจยาสูบ" เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเราได้รับความร่วมมือที่ดีจากคณะรัฐมนตรี และรวมทั้งได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆที่ได้มาร่วมงาน ซึ่งได้นำ 5 มาตราการที่ ครม.เห็นชอบ มาเพื่อหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันต่อไป ปัญหานี้รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่ถูกโฆษณาชักจูงผ่านสื่อออนไลน์ พร้อมย้ำว่า “สื่อคือดาบสองคม” สามารถทั้งสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง หรือปล่อยให้เป็นช่องทางการตลาดที่ล่อหลอกเด็กก็ได้ ดังนั้น จำเป็นต้องวางมาตรการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์และเข้มข้น

ผศ.ดร.ลักขณา เติมศิริกุลชัย ให้ข้อมูลว่า สื่อที่เป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าและผลกระทบที่ของบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชน และสื่อมีอิทธิพลอย่างมากต่อการแพร่กระจายของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาใช้ในการให้ความรู้ สร้างความตระหนักรู้ และช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้ หากมีการวางแผนและดำเนินการอย่างจริงจังและสร้างสรรค์

ศ.นพ. ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ให้ข้อมูลว่า สถิติที่น่าตกใจ เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้วของกลุ่มอายุ 15-29 ปี ที่ติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งนโยบายการต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดท่านอนุทิน ที่มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะไม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และสั่งการให้ปราบปราม จึงเป็นทิศทางที่ดีในการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้เรื่องของกลไกการควบคุมเรื่องกฏหมายที่ตรวจจับบุหรี่ไฟฟ้าชนิดที่ไม่มีกลิ่น และชนิดที่มีกลิ่นหอม ต้องทำให้เป็นข้อห้ามทั้งหมดทุกชนิด รวมทั้งเรื่องของอายุของผู้สูบต่อการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นอันตรายมากในกลุ่มเด็กและเยาวชน เมื่อได้ทบทวนงานวิชาการ พบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้น เสพติดมากกว่าการสูบบุหรี่มวน เนื่องจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มเป็นต้นทางไปสู่ยาเสพติดอื่นๆได้ ทำให้หลายๆประเทศ รวมถึงรัฐบาลไทยมีนโยบายอย่างเข้มข้นในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้  ศ.นพ. ประกิต กล่าว

นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึง การพัฒนานโยบายสาธารณะ สช. ในสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น  “การปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า”  โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ซึ่งการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าจะมุ่งเน้นปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากภยันตรายและการเสพติดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยดำเนินการด้าน “มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย” เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวม 5 มาตรการ 1 พัฒนาและจัดการองค์ความรู้ 2 สร้างการรับรู้โทษพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าแก่เด็ก เยาวชน และสาธารณชน 3 เฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 4 พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 5 ยืนยันนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้า

สำหรับความท้าทายในการกำกับดูแลสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สื่อออนไลน์และการควบคุมการโฆษณาหรือการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีอำนาจกำกับดูแลสื่อหลักอยู่แล้ว แต่ต้องขยายขอบเขตในการกำกับสื่อในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น สื่อออนไลน์ในแพลตฟอร์ม ซึ่งมีอำนาจในการลงโทษปรับทางปกครองหรือสั่งพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาตได้ นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

แม้จะมีความท้าทาย รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง และมีการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล เช่น เรื่องการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานหลักในการปราบปรามอย่างจริงจัง มีการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับแจ้งเบาะแสการขายบุหรี่ไฟฟ้า และจัดทีมปฏิบัติการด้านการปราบปราม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายปราบปรามอย่างจริงจัง มีตัวอย่างการปรับเป็นจำนวนเงินสูงถึง 90 ล้านบาท และรวมถึงจุดยืนของรัฐบาลในการสั่งการให้ "ล้างบางบุหรี่ไฟฟ้า" โดยมีท่านจิราพร สินธุไพร เป็นประธาน

ทั้งนี้ยังมีเรื่องการป้องกันและการให้ความรู้ ด้าน สคบ. ดำเนินการด้านการป้องกันปัญหาการแพร่ระบาด โดยจัดการอบรมให้ความรู้กับเด็กและกลุ่มต่างๆ กระทรวงวัฒนธรรม มีบทบาทในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากสื่อบันเทิงที่นำเสนอภาพการสูบบุหรี่ ส่งเสริมให้สถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้เป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า สร้างความรู้ความตระหนัก กรมประชาสัมพันธ์ ได้ดำเนินกิจกรรมรณรงค์ เช่น แคมเปญ "30 วันดีเดย์" เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโทษของกฎหมายและอันตรายต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นการปราบปรามผู้ขาย ลดการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของนักสูบหน้าใหม่และลดจำนวนผู้สูบ รวมทั้งมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบสื่อที่เข้าถึงวัยรุ่นโดยไม่สั่งสอน เน้นข้อความสั้น กระชับ ดึงดูด

“แม้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีความมุ่งมั่นและได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกหลายด้านในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในยุคดิจิทัล ทั้งการปราบปราม การป้องกัน การให้ความรู้ และการขับเคลื่อนนโยบาย แต่ ประสิทธิภาพโดยรวมยังมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ด้วยลักษณะเฉพาะของสื่อออนไลน์ที่ยังมีช่องว่างให้ผู้ค้าสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดและการหลบเลี่ยงได้อย่างรวดเร็วและซับซ้อน รวมถึงข้อจำกัดในการควบคุมแพลตฟอร์มในโลกออนไลน์ยังคงต้องมีการหามาตรการป้องกันร่วมกัน ต่อไป”

////////////////////

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: กลุ่มงานสื่อสารสังคม สช. โทร. 02-8329141


วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568

ม.พัน.28 บริจาคโลหิตน้อมรำลึก 100 ปี วันมหิดล กำลังพลจิตอาสาร่วมทำความดีด้วยหัวใจ เสริมคลังโลหิตช่วยชีวิตผู้ป่วยในพื้นที่


 วันที่ 11 กันยายน 2568 พล.ม.1 โดยกองพันทหารม้าที่ 28 พล.ม.1 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต ณ โรงพยาบาลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี วันที่ 20 กันยายน 2568


กิจกรรมครั้งนี้สามารถรวบรวมโลหิตได้จำนวน 4,050 ซีซี ส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อสำรองไว้ช่วยเหลือผู้ป่วย โดยการบริจาคโลหิตถือเป็นการต่อชีวิตให้ผู้เจ็บป่วย ทั้งผู้ประสบอุบัติเหตุ ผู้เข้ารับการผ่าตัด รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องใช้โลหิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการมีคลังโลหิตเพียงพอถือเป็นความมั่นคงด้านสาธารณสุขที่สำคัญ

ทั้งนี้ พล.ม.1 ย้ำถึงความมุ่งมั่นของกำลังพลในการทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ยังเป็นการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นแบบอย่างของการทำความดีด้วยหัวใจ


ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้