นายคมสันต์ ใจยะสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้เข้มงวดตรวจสอบและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบตัดไม้หวงห้าม โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด
จากการลาดตระเวนเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการลักลอบตัดและแปรรูปไม้เต็งภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ พื้นที่ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
ต่อมาในวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยไม้ที่ลอยน้ำไปจนถึงบริเวณบ้านปากนาย หมู่ที่ 17 ตำบลนาทะนง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบแพต้องสงสัยของชาวบ้านในพื้นที่
ผลการตรวจค้นพบไม้แปรรูปหวงห้ามหลายชนิด ทั้งไม้ประดู่ ไม้สัก ไม้กระยาแดง และไม้เต็ง รวมปริมาตร 2.042 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐกว่า 222,545 บาท
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นางสำเริง (สงวนนามสกุล) เจ้าของแพดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด โดยไม้มีลักษณะใหม่ สด และไม่มีตราประทับจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายป่าไม้ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางและผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณประชาชนที่ร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็น “เครือข่ายพิทักษ์ผืนป่า” เพราะการลักลอบตัดไม้หวงห้ามไม่เพียงทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ และความสมดุลของธรรมชาติอันเป็นมรดกของลูกหลานไทย
หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกรมอุทยานฯ โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.





















.jpg)

















