วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568

อุทยานฯ ลำน้ำน่าน – ศรีน่าน สนธิกำลังบุกจับลักลอบตัดไม้กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ยึดของกลางไม้หวงห้ามกว่า 2 แสนบาท

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 — เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ร่วมกับอุทยานแห่งชาติศรีน่าน สนธิกำลังออกปฏิบัติการจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้แปรรูปเถื่อนกลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ หลังติดตามเบาะแสต่อเนื่องนาน 3 วัน ก่อนรวบผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางไม้หวงห้ามหลายชนิด รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท

นายคมสันต์ ใจยะสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำให้เข้มงวดตรวจสอบและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าและการลักลอบตัดไม้หวงห้าม โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

จากการลาดตระเวนเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการลักลอบตัดและแปรรูปไม้เต็งภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ พื้นที่ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด

ต่อมาในวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยไม้ที่ลอยน้ำไปจนถึงบริเวณบ้านปากนาย หมู่ที่ 17 ตำบลนาทะนง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบแพต้องสงสัยของชาวบ้านในพื้นที่

ผลการตรวจค้นพบไม้แปรรูปหวงห้ามหลายชนิด ทั้งไม้ประดู่ ไม้สัก ไม้กระยาแดง และไม้เต็ง รวมปริมาตร 2.042 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐกว่า 222,545 บาท

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นางสำเริง (สงวนนามสกุล) เจ้าของแพดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของไม้ทั้งหมด โดยไม้มีลักษณะใหม่ สด และไม่มีตราประทับจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายป่าไม้ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางและผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณประชาชนที่ร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็น “เครือข่ายพิทักษ์ผืนป่า” เพราะการลักลอบตัดไม้หวงห้ามไม่เพียงทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ แหล่งต้นน้ำ และความสมดุลของธรรมชาติอันเป็นมรดกของลูกหลานไทย

หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกรมอุทยานฯ โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง.


วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สืบสานตำนานแผ่นดินแรกแห่งความรุ่งเรือง ย้อนอดีตกรุงเก่า 700 ปี สุโขทัยเปิดงาน “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2568

ผู้ว่าฯ สุโขทัย นำข้าราชการและประชาชนร่วมพิธี “รับรุ่งอรุณแห่งความสุข” ที่วัดตระพังทอง ก่อนบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เปิดงานใหญ่ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ อย่างสมพระเกียรติ

สุโขทัย – วันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 05.30 น. ที่เจดีย์กลางน้ำและสะพานบุญ วัดตระพังทอง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธี “รับรุ่งอรุณแห่งความสุข” เนื่องในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

ภายในพิธีมี นางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ และนายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต 1 ตลอดจนศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งวันลอยกระทงของเมืองสุโขทัย ซึ่งกิจกรรมเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า มีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้ง บริเวณสะพานบุญวัดตระพังทอง ท่ามกลางบรรยากาศสงบงามและเปี่ยมความศรัทธา

ต่อมา เวลา 07.09 น. ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานในพิธีบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และบูรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรสุโขทัยในอดีตกว่า 700 ปี ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทง ตามหลักฐานในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

จากนั้น เวลา 08.00 น. จัดพิธีเปิดงานประเพณี “ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568” อย่างเป็นทางการ โดยมีนางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวรายงานต่อประธาน ท่ามกลางความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานฯ ได้ประกาศแนวทางการจัดงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาถวายความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยงดกิจกรรมบางรายการ และปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสม เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งยังคงเปล่งประกายความงดงามทางวัฒนธรรม และเป็นสัญลักษณ์แห่งแผ่นดินแรกแห่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรไทย

#สุโขทัย #ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ #SukhothaiLoyKrathong #งานวัฒนธรรมไทย #ThailandFestival



จังหวัดน่านจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 รณรงค์คนไทยห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ว่าฯ น่าน นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมตรวจสุขภาพและเรียนรู้การป้องกันอัมพฤกษ์–อัมพาต หวังสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในจังหวัดน่าน

น่าน – เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน จังหวัดน่านร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ภายใต้โครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และลดความเสี่ยงภาวะอัมพฤกษ์–อัมพาต

ภายในงาน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการต่าง ๆ และร่วมตรวจสุขภาพเบื้องต้นกับประชาชน สร้างบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

กิจกรรมประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง และการรู้เท่าทันอาการเตือน “FAST” บริการตรวจสุขภาพ วัดความดันโลหิต และตรวจองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition & Result Interpretation) ให้คำปรึกษาด้านการออกกำลังกายและแนวทางลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ตลอดงานมีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านให้บริการอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองและครอบครัว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการของคนไทย พร้อมร่วมกันสร้าง “สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นในจังหวัดน่าน



ชาวบ้านผาเงิบร่วมต้อนรับขบวนกฐินสามัคคีอย่างคึกคัก “ครูบาหล้า” เจ้าอาวาสนำคณะสงฆ์–ญาติโยมจัดพิธีสุดอลังการ

 
ชาวบ้านและศรัทธาสาธุชนร่วมต้อนรับขบวนกฐินสามัคคีอย่างคึกคัก “ครูบาหล้า” เจ้าอาวาสนำคณะสงฆ์–ญาติโยมจัดพิธีสมบูรณ์แบบ ขณะ “ครูบาเจ้าดร” ขึ้นเสลี่ยงโปรยทานตลอดขบวน สะท้อนพลังสามัคคีของชุมชนเหนือ

ลำพูน – บรรยากาศงานทอดกฐินสามัคคีที่วัดผาเงิบพนาราม ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เต็มไปด้วยความศรัทธาและความพร้อมเพรียงของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ต่างร่วมแรงร่วมใจจัดงานบุญใหญ่อย่างงดงามและเรียบง่าย

เมื่อเวลา 09.59 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2568 พระอธิการธงชัย วรธมฺโม (ครูบาหล้า) เจ้าอาวาสวัดผาเงิบพนาราม พร้อมคณะศรัทธาและชาวบ้านบ้านผาเงิบ ร่วมต้อนรับคณะเจ้าภาพกฐินสามัคคีที่เดินทางมาร่วมทำบุญถวายผ้ากฐินประจำปี โดยขบวนเริ่มตั้งแต่บริเวณสามแยกบ้านผาเงิบ เคลื่อนเข้าสู่วัดระยะทางราว 200 เมตร

ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยเสียงกลองแห่แทนเสียงดนตรี สร้างบรรยากาศคึกคักและอบอุ่น ขณะคณะช่างฟ้อนบ้านผาเงิบแต่งกายชุดขาว–ดำ ร่ายรำต้อนรับขบวนกฐินอย่างงดงามและพร้อมเพรียง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พระครูสุนทรอรรถการ (ครูบาเจ้าดร) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทผาหนาม ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ขึ้นเสลี่ยงโปรยทานตลอดขบวน ก่อนเข้าสู่กุฏิ 4 ครูบาศรีชัยพรหมาวงศ์นาคมุณี เพื่อประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสงบงดงาม

บรรยากาศโดยรอบวัดอบอวลไปด้วยความเลื่อมใส ชาวบ้านจากพื้นที่ใกล้เคียงต่างมาร่วมบุญอย่างเนืองแน่น พร้อมร่วมกันจัดโรงทานหลากหลาย ทั้งอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการผู้มาร่วมงานอย่างทั่วถึง สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความศรัทธาและความสามัคคีในชุมชนอย่างแท้จริง

แทน ต่อมสังข์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดลำพูน / รายงาน

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ลำพูนคึกคัก! เปิดขบวน “โคมแสนดวง” สุดอลังการ นักท่องเที่ยวแน่นรอบเมือง

บรรยากาศสุดคึกคักที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เย็นวันที่ 24 ต.ค. 2568 เมื่อจังหวัดลำพูนเปิดงาน “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวหลั่งไหลร่วมชมขบวนแห่โคมสุดอลังการทั่วทั้งเมือง พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนจำนวนมาก

ก่อนพิธีเปิด มีขบวน โคมอัตลักษณ์ล้านนา จากทุกอำเภอในจังหวัด ร่วมแห่จากแยกประตูลี้ ผ่านถนนอินทยงยศ หน้าจวนผู้ว่าฯ มุ่งสู่วัดพระธาตุหริภุญชัยฯ นำโดย นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการแต่งกายชุดพื้นเมือง เคลื่อนขบวนท่ามกลางเสียงดนตรีพื้นบ้านและแสงโคมระยิบระยับ


ปีนี้งาน “โคมแสนดวงเมืองลำพูน” จัดยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยจัดต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 – มกราคม 2569 รวมกว่า 4 เดือนเต็ม มีกิจกรรมหลากหลายตลอดเทศกาล อาทิ ขบวนแห่โคมล้านนา Lamphun Art & Music Festival ประเพณียี่เป็ง  Night Market @Lamphun ตลาดวัฒนธรรม “ถนนรถแก้ว”รวมถึงกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และการสืบสานประเพณีท้องถิ่นอีกมากมายเทศกาลนี้ถือเป็นการยกระดับ “โคมแสนดวง” สู่เวทีระดับนานาชาติ เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (ลำพูน–เชียงใหม่–ลำปาง–แม่ฮ่องสอน) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน

แทน ต่อมสังข์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดลำพูน รายงาน

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568

มูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน จัดพิธีบวงสรวงงานประเพณี วันออกพรรษาเจ้าพ่อกู่ช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ โบราณสถานกู่ช้าง-กู่ม้า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีบวงสรวง งานประเพณีวันออกพรรษาเจ้าพ่อกู่ช้าง ซึ่งจัดโดย มูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้างลำพูน

ภายในพิธีมี นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, นายชวลิต สุริยะจันร์ ประธานมูลนิธิเจ้าพ่อกู่ช้าง, นายชาคร ณ ลำปาง คณะกรรมการดำเนินงานฯ รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงาน ตลอดจนเพื่อขอขมาลาโทษและเสริมสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

โบราณสถานกู่ช้าง–กู่ม้า ตั้งอยู่ในเขตชุมชนวัดไก่แก้ว เทศบาลเมืองลำพูน เป็นสถูปทรงกระบอกปลายมน เชื่อกันว่าเป็นสุสานบรรจุซาก ช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ชื่อ “ปู้ก่ำงาเขียว” หมายถึงช้างผิวคล้ำ งาสีเขียว มีอานุภาพและอิทธิฤทธิ์ในศึกสงคราม ปัจจุบัน บริเวณดังกล่าวมีรูปปั้นจำลองของช้างปู้ก่ำงาเขียวให้ประชาชนได้มากราบสักการะ โดยมีความเชื่อว่า หากลอดท้องช้างจำลองจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ส่งเสริมความสำเร็จและความร่มเย็นในครอบครัว


เครดิต ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูนรายงาน


วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สคอ. ลุยอุดรฯ ผนึกนักสื่อสาร-ภาคีท้องถิ่น ลุยสำรวจจุดเสี่ยง ลดอุบัติเหตุบนถนน

ดึงพลังเครือข่ายชุมชนร่วมจัดการความเสี่ยง ถนนสาย 2410 และอ.เพ็ญ ชูต้นแบบ “พื้นที่ปลอดภัย” ด้วยกลไก ศปถ.ทุกระดับ

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 — สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) นำโดยนายกษิดิศ ขันธรัตน์ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเก็บข้อมูลและเผยแพร่การดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมีภาคีเครือข่ายในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูลอย่างคึกคัก อาทิ เครือข่าย ปภ.จังหวัดอุดรธานี นักสื่อสารรณรงค์เพื่อความปลอดภัยทางถนนของ สคอ. ประจำจังหวัด ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รพ.สต. และอสม.

คณะได้ร่วมกันสำรวจ “จุดเสี่ยง-จุดอันตราย” ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บริเวณถนนสาย 2410 หมู่ 9 ตำบลสามพร้าว อำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อนำข้อมูลที่ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน จากนั้นได้ลงพื้นที่อำเภอเพ็ญ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ต้นแบบการจัดการความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ มีการขับเคลื่อนกลไกคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในทุกระดับ ทั้งอำเภอและตำบล ทำให้สามารถลดความเสี่ยงและจำนวนอุบัติเหตุในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สคอ.ตั้งเป้าใช้โมเดลอุดรธานีเป็นตัวอย่างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน นักสื่อสารท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐ ในการ “จัดการความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ” เพื่อขยายผลสู่จังหวัดอื่นทั่วประเทศต่อไป.

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สโมสรโรตารีนครหริภุญชัย ร่วมโรงเรียนรพีเลิศวิทยา จัดกิจกรรม “UNITE FOR GOOD ปล่อยปลา” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

วันที่ 11 ต.ค. 68 .สโมสรโรตารีนครหริภุญชัย ร่วมกับโรงเรียนรพีเลิศวิทยา ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยสมาชิกสโมสรโรตารีภาค 3360 คณะครู ผู้ปกครอง และ นักเรียนโรงเรียนรพีเลิศวิทยา ร่วมจัดกิจกรรม “UNITE FOR GOOD ปล่อยปลา” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช”

กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณสะพานท่าสิงห์ หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบง่ายและอบอุ่น โดยมี ดร.วาทิต   ตั้งรพีเลิศ อดีตผู้ว่าการภาค ปีบริหาร 2023–2024 และผู้อำนวยการโรงเรียนรพีเลิศวิทยา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสังวาร เพ็ญมูล นายกสโมสรโรตารีนครหริภุญชัย และ เด็กหญิงปุณยานุช ออมขัน นายกเออรี่แอคโรงเรียนรพีเลิศวิทยา เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พระครูกิตติปริยัตินิเวศน์ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดลำพูน และเจ้าอาวาสวัดแม่สารป่าขาม ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ให้ศีลและให้พรแก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล กิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจิตอาสา การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอีกด้วย

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวภาคเหนือประจำจังหวัดลำพูน รายงาน 

“ตี๋ ธนพล” นำทีมแฟนคลับร่วมทอดกฐินบ้านเกิด สมทบทุนสร้างเมรุใหม่ให้ชาวบ้านทุ่งสะโตก

  
เชียงใหม่ – “ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์” นักแสดงหนุ่มชื่อดัง พร้อมครอบครัวและแฟนคลับจากกรุงเทพฯ ราชบุรี รวมถึงชาวบ้านตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ณ วัดท่าสา เพื่อสมทบทุนสร้างเมรุประจำหมู่บ้าน หลังเมรุเดิมมีสภาพเก่าและใช้งานมานาน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีขบวนแห่ต้นกฐิน ผ้าไตร และเครื่องอัฐบริขาร เคลื่อนจากบ้านผู้ใหญ่บ้านทุ่งสะโตกไปยังวัดท่าสา ระยะทางราว 200 เมตร ท่ามกลางเสียงกลองยาว และขบวนแฟนคลับที่ร่วมเดินแห่รอบพระวิหาร 3 รอบ ก่อนถวายต้นกฐินแด่พระครูวิสุทธิธรรมานุสิฐ์ เจ้าอาวาสวัดท่าสา

ในการนี้ นายเฉลิมชาติ และนางจุรีรัตน์ จารุจิตรานนท์ บิดา–มารดาของตี๋ ธนพล ร่วมเป็นประธานทอดถวายกฐิน พร้อมประกอบพิธีสืบชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคล ยอดเงินกฐินทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนก่อสร้างเมรุเผาศพแห่งใหม่ของหมู่บ้านทุ่งสะโตก เพื่อทดแทนเมรุโบราณที่ก่ออิฐใช้ฟืนเผาและชำรุดตามกาลเวลานอกจากนี้ ยังมีโรงทานบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีให้ผู้มาร่วมงาน ทั้งขนมจีน ข้าวซอย น้ำมะพร้าว น้ำลำไย และขนมหวานต่าง ๆ สร้างบรรยากาศแห่งบุญและความอิ่มเอมใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างอบอุ่น


 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568

FIA เลือกไทยเป็นเจ้าภาพประชุมยานยนต์เอเชียแปซิฟิก 2025 เดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัยสากล

 

สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA ร่วมกับราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา หรือ ร.ย.ส.ท. จัดประชุมระดับภูมิภาค FIA Asia Pacific Congress 2025 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน และรักษาสิ่งแวดล้อม ในการแข่งขัน ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจาก 25 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้บริหารระดับสูงของ FIA ผู้นำองค์กร ด้านมอเตอร์สปอร์ตและการขนส่ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน จากต่างประเทศเข้าร่วม โดยหัวข้อการหารือ ในการประชุม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของการแข่งขันรถ ในระดับภูมิภาค การสร้างนักแข่งและบุคลากรรุ่นใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมมาตรฐาน ความปลอดภัยในการแข่งขัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก รวมทั้งการเปลี่ยนผ่าน มาเป็นยุคยานยนต์ไฟฟ้า การออกแบบเมือง และระบบขนส่งที่ยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมีการประชุมระหว่างวันที่ 8 – 10 ตุลาคม 2568 โดย มีนายโมฮัมเหม็ด เบน ซูลาเยม ประธานสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA ร่วมกับ นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา กล่าวเปิดงาน 

ทั้งนี้ นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ที่ทาง FIA เลือกประเทศไทย เป็นสถานที่จัดงานสัมมนา มอเตอร์สปอร์ต และความปลอดภัยบนถนน มีหลายประเทศเข้าร่วม ทำให้ทุกคน มารวมกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ที่ผ่านมา ต่างคนต่างทำ ซึ่งคนที่อยู่วงการมอเตอร์สปอร์ต จะรู้ว่าการแข่งขันยานยนต์ ไม่ใช่แข่งความเร็วอย่างเดียว เรายังเน้นความปลอดภัย ทั้งใช้หมวกกันน็อค ชุดกันไฟ เซฟตี้เบลล์ ก็มาจากการแข่งขัน รถยนต์ทั้งนั้น พร้อมทั้งเชิญชวน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ ซึ่งปัจจุบัน มีมากกว่า 5,000 คน 


นายโมฮัมเหม็ด เบน ซูลาเยม ประธานสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA กล่าวว่า เป้าหมายการสัมมนาและพูดคุย เรื่องความปลอดภัย และการแข่งขันรถยนต์มอเตอร์สปอร์ต รวมถึงความยั่งยืน และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสปอร์ตยานยนต์ มีการใช้พลังงาน สะอาด ในการแข่งขันรถ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง จะทำให้การแข่งขันรถปล่อยควันดำลดลง รวมถึงมีการพูดคุย ในเรื่องของความปลอดภัยยานยนต์และการแข่งขันรถยนต์มอเตอร์สปอร์ต 

 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เทศบาลตำบลบ้านกลาง จัดกิจกรรมตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 เทศบาลตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จัดกิจกรรม ตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ บริเวณตึกแถวหน้าร้านกาแฟโปโย่ (ตรงข้ามธนาคารออมสิน สาขานิคมอุตสาหกรรมลำพูน) ถึงบริเวณตลาดสันป่าฝ้าย

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีวัชระ กันแจ่ม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ พนักงานเทศบาล กลุ่มพุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวตำบลบ้านกลาง เข้าร่วมทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในชุมชน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยศรัทธา มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากต่างพร้อมใจนำอาหารคาวหวานมาร่วมตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในโอกาสนี้ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลางได้พบปะทักทายประชาชนด้วยความเป็นกันเอง พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในตำบลบ้านกลางต่อไป


ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้