วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

แนวกันไฟ 2 แผ่นดิน! แม่สะเรียงผนึกกำลังไทย-เมียนมา สกัดไฟป่าข้ามแดน ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ 50%

อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ระดมทุกภาคส่วนเดินหน้าปฏิบัติการ “จัดทำแนวกันไฟ 2 แผ่นดิน” บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน ชายแดนไทย–เมียนมา หลังเผชิญวิกฤตไฟป่าลุกลามและหมอกควันข้ามแดน กระทบสุขภาพประชาชนสองฝั่งอย่างหนัก ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ลงอย่างน้อย 50% จากปีที่ผ่านมา

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง มอบหมายให้นายวีระวัฒน์ กิจมานะทรัพย์ ปลัดอำเภอ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน โดยพื้นที่รอยต่อ ต.แม่คง และ ต.เสาหิน กำลังเผชิญไฟป่าลุกลามต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณห้วยผาตั้งและผาแดง ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ทำให้ลมพัดพาฝุ่นควันและ PM 2.5 ข้ามแดน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตประชาชน

ภารกิจครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังจากฝ่ายความมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติ หน่วยงานวิชาการ สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม ร่วมวางแผนเชิงรุกให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง พร้อมรณรงค์ “เกษตรยั่งยืนปลอดการเผา” เช่น การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ และส่งเสริมการเพาะเห็ดถอบโดยไม่ต้องเผาป่า เพื่อสร้างรายได้ควบคู่การอนุรักษ์ ทั้งนี้ ความร่วมมือครั้งสำคัญสะท้อนพลังของเครือข่ายในพื้นที่ที่มุ่งปกป้องผืนป่าสาละวิน และลดผลกระทบหมอกควันข้ามแดน เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน.

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทต.แม่แรง จังหวัดลำพูน แถลงข่าวจัด 3 งาน สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเดือนเมษา

ลำพูน- เทศบาลตำบลแม่แรง โดยนายเอกพงษ์  ทุนอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่แรง จัดแถลงข่าวสื่อมวลชน ในงานบาติกงามพร้อม  มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม, งานแต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง และ งานสืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน ประจำปี 2569 โดยมี นางสาวเบญจวรรณ  มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายภัทรพล  ผัดดวงธรรม นายอำเภอ(นอ.)ป่าซาง, ว่าที่ร้อยตรี รังสรรค์  จอมนวล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน และผู้ใหญ่บ้านกองงาม ผู้ใหญ่บ้านดอนหลวง และ ผู้ใหญ่บ้านหนองเงือก

เทศบาลตำบลแม่แรง กำหนดจัด 3 งาน ดังนี้ งานบาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม ครั้งที่ 13 วันที่ 27 - 29 มีนาคม ณ บ้านกองงาม หมู่ที่ 1, งานแต่งอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง ครั้งที่ 21 วันที่ 3 - 7 เมษายน ณ บ้านดอนหลวง หมู่ที่ 7 และ งานสืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก ครั้งที่ 17 วันที่ 9 - 12 เมษายน ณ บ้านหนองเงือก หมู่ที่ 5 ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน 

"ตำบลแม่แรง" ตั้งอยู่ในอำเภอป่าซาง เป็นชุมชนที่มีชื่อเสียง เรื่องผลิตภัณฑ์ของดี ที่แปรรูปหลากหลายอาทิเช่น ผลิตภัณฑ์จากผ้าบาติก และผ้ามัดย้อม เป็นแหล่งกำเนิดผ้าฝ้ายทอมืออันมีชื่อเสียง ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของตำบลแม่แรงมาแต่โบราณกาล  โดยได้รับความสนใจเป็นอย่างดี สร้างรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของวัฒนธรรมไทลื้อ/ไทยอง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย จนทำให้ตำบลแม่แรง เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของนักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป ทั้งจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศ 

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ศรัทธาล้นหลาม! วัดบ้านใหม่(ร่องแกลบ) จัดยกยอดฉัตร–ช่อฟ้าศาลาหลวงเก้าห้อง ฉลองอายุวัฒนมงคล 34 ปี เจ้าอาวาส

ลำพูน – บรรยากาศเปี่ยมด้วยแรงศรัทธา ณ วัดบ้านใหม่(ร่องแกลบ) ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 21–22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานทำบุญยกยอดฉัตรและช่อฟ้าศาลาหลวงเก้าห้อง พร้อมประกอบพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 34 ปี แด่พระอธิการภัชรดนัย เตชวโร เจ้าอาวาสวัดบ้านใหม่(ร่องแกลบ) การจัดงานครั้งนี้ เกิดจากพลังศรัทธาของสมณะศรัทธาและมูลศรัทธาสาธุชนทั้งภายในและภายนอกวัด โดยภายในประกอบด้วยเจ้าอาวาส และคณะสงฆ์ ส่วนภายนอก ได้แก่ คณะศรัทธาสาธุชน นักศีลนักบุญ และชาวบ้านทุกหลังคาเรือน รวมถึงพุทธศาสนิกชนทั่วไป ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาหลวงเก้าห้อง จนแล้วเสร็จในส่วนสำคัญ คือ การยกยอดฉัตรและช่อฟ้า พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นศาสนสมบัติในบวรพระพุทธศาสนา สืบทอดพระศาสนาให้มั่นคงถาวรต่อไป

โดยในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 คณะศรัทธาวัดบ้านใหม่(ร่องแกลบ) ได้ร่วมกันตกแต่ง “ห้างดาหลวง” อย่างงดงาม ก่อนประกอบพิธีเจริญพุทธมนต์อบรมสมโภชฉัตรและช่อฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธา ต่อมาในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ได้อาราธนาพระสงฆ์ประกอบพิธีเจริญพุทธมนต์สืบชะตาหลวง โดยมีอาจารย์มัคทายกกล่าวสูมาครัวตานและโอกาสเวนทาน จากนั้นถวายจตุปัจจัยไทยทาน พระสงฆ์อนุโมทนา และประกอบพิธียกยอดฉัตรและช่อฟ้า เป็นอันเสร็จพิธีอย่างสมบูรณ์ งานบุญครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของชุมชน ที่สะท้อนถึงความสามัคคี ความศรัทธา และการสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนาอันงดงามของชาวลำพูน

   แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน #รายงาน


วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ป.ป.ช.ลำพูน ผนึกเครือข่าย STRONG จับตาโครงการรัฐ “Watch & Voice” ถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต

ลำพูน –สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดลำพูน ร่วมกับชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดลำพูน สมาชิกเครือข่าย และสื่อมวลชน จัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (POC) ชั้น 3 ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน (ศาลากลางจังหวัดลำพูน) ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน

วันที่ 20 ก.พ. 69 นายนพพร บุญโชติตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายณัฏฐ์ วิศิษฏ์ยิ่งเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต นำทีมเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ภายใต้โครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (ESPAC) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพโดยมี นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ แขวงทางหลวงชนบทลำพูน สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูน สำนักงานจังหวัดลำพูน คณะกรรมการบริหารชมรม STRONG และสื่อมวลชน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

นายปรีชาสมชัย เปิดเผยภายหลังการติดตามความคืบหน้าโครงการศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนว่า โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ของจังหวัด มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ต่อเนื่องจากโครงการพัฒนา โรงพยาบาลลำพูน ซึ่งล้วนเป็นโครงการสำคัญในการยกระดับการให้บริการประชาชนในช่วงแรกของการดำเนินงานมีความล่าช้าบางประการ เนื่องจากติดขั้นตอนการขออนุญาตเข้าพื้นที่ของผู้รับจ้าง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายครบถ้วนแล้ว ผู้รับจ้างสามารถเข้าพื้นที่และเดินหน้างานได้เต็มรูปแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกรอบสัญญา ศูนย์ราชการแห่งใหม่จะเป็นศูนย์รวมหน่วยงานภาครัฐในจุดเดียว อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้ติดต่อราชการแบบเบ็ดเสร็จ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดลำพูนในระยะยาว

ด้านนายณัฏฐ์ วิศิษฏ์ยิ่งเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่การตรวจจับผิด แต่เป็นการรับฟัง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำความรู้ไปเสริมศักยภาพเครือข่ายตำบล STRONG ให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ยังเป็นการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ให้เห็นถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับจังหวัด รวมถึงเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการทุจริตมายังสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดลำพูน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงาน หากพบพฤติการณ์ส่อทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดลำพูน จะเน้นการจับตามองโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงด้านการจัดซื้อจัดจ้าง และเสริมสร้างวัฒนธรรม “ไม่ทนต่อการทุจริต” ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

 ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


อดีต สส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ผลักดันสร้างสะพานวังสะแกง คืบหน้า 70% หลังดันเรื่องในสภาฯ นานเกือบ 2 ปี

ลำพูน – นายรังสรรค์ มณีรัตน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรค พรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง “สะพานวังสะแกง” สะพานข้าม แม่น้ำปิง เชื่อมระหว่างอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ กับอำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่า 70% แล้ว ทั้งนี้ สะพานดังกล่าวเคยได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำหลากจนพังถล่ม ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องใช้เส้นทางอ้อมไกล เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน อาทิ การลำเลียงและส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาล

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง ได้แก่ ชาวบ้านบ้านท่าศาลา ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง และบ้านวังสะแกง ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง ซึ่งใช้เส้นทางดังกล่าวในการประกอบอาชีพ ทำการเกษตร ค้าขาย รวมถึงการเดินทางไปโรงเรียนและโรงพยาบาล

อดีต สส.ลำพูน ระบุว่า ได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 แม้การดำเนินงานจะใช้เวลากว่า 2 ปี แต่เป็นไปอย่างรอบคอบและมั่นคง พร้อมย้ำว่า “ช้าหน่อย แต่ชัวร์” และโครงการใกล้แล้วเสร็จเต็มทีพร้อมกันนี้ ได้ขอบคุณ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เร่งรัดดำเนินการตามข้อเสนอของประชาชน เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จโดยเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการก่อสร้าง ขอความร่วมมือประชาชนติดตามประกาศการจัดการจราจร และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยสามารถใช้สะพานใกล้เคียง ได้แก่ สะพานบ้านดงหลวง สะพานบ้านท่าหลุก สะพานบ้านร้องธาร–ท่าลี่ สะพานบ้านทุ่งหมากหนุ่ม และสะพานบ้านท่าล้อ–วังผาง


แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ นำออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ปี 69 ช่วยผู้ยากไร้ในพื้นที่

นครสวรรค์-ที่เวทีกลางหาดทรายต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 2569 นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2569 โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ เหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ และประชาชนจำนวนมากร่วมเป็นสักขีพยาน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบความเดือดร้อนในพื้นที่ ให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยได้จัดพิมพ์สลากกาชาดการกุศลจำนวน 100,000 ฉบับ จำหน่ายฉบับละ 80 บาท

สำหรับรางวัลประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รถยนต์ 1 รางวัล รางวัลที่ 2 ทองคำแท่งหนัก 2 บาท 2 รางวัล รางวัลที่ 3 รถจักรยานยนต์ 5 รางวัล รางวัลที่ 4 สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 10 รางวัล รางวัลที่ 5 สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 15 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว พัดลมตั้งโต๊ะขนาด 16 นิ้ว จำนวน 100 รางวัล

ผลการออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลจังหวัดนครสวรรค์ ประจำปี 2569 ปรากฏว่า
รางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 938953
รางวัลที่ 2 ได้แก่หมายเลข 903581 และ 917427
รางวัลที่ 3 ได้แก่หมายเลข 977302, 977774, 978336, 957686 และ 926780


ส่วนรางวัลอื่นๆสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์จังหวัดนครสวรรค์และเฟซบุ๊ก“เหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์” https://www.facebook.com/NakhonsawanProvinceRedCrossChapter ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายสลากจะนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน และสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมในพื้นที่จังหวัดต่อไป.


แพร่จัดประกวด “หุ่นฟางสัตว์ในตำนาน” ลดเผา ลดฝุ่น PM2.5 ในงานไหว้พระธาตุช่อแฮ ปี 69

แพร่- จังหวัดแพร่ จัดกิจกรรมประกวด “หุ่นฟางสัตว์ในตำนาน เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และลดการเผา ลดฝุ่น PM 2.5” ภายในงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2569 ณ ลานครูบาศรีวิชัย วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เพื่อส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ควบคู่การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

การประกวดแบ่งการตัดสินออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทสวยงาม ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะประกาศผลและมอบรางวัลในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เวทีกลางภายในงาน ทั้งนี้คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด ส่วนประเภท Popular Vote เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยสามารถร่วมโหวตผลงานที่ชื่นชอบผ่านเพจ “แพร่ ทูเดย์ Phrae To Day” ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น.

สำหรับการประกาศผลรางวัล Popular Vote จะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ผ่านเพจดังกล่าว พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล ณ เวทีกลางงานไหว้พระธาตุช่อแฮ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและเพิ่มสีสันให้งานประเพณีสำคัญประจำปีของจังหวัดแพร่ให้คึกคักยิ่งขึ้น กิจกรรมดังกล่าวนอกจากช่วยสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตรแทนการเผาในที่โล่ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว.

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ป่าไม้ลุยตรวจตัดไม้ “วัดพันปี” กลางเมืองพิษณุโลก ส่งเรื่องที่ดินชี้ชัดสถานะพื้นที่

พิษณุโลก–เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบกรณีร้องเรียนตัดไม้ในพื้นที่วัดพันปี กลางเขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลังพบคนงาน 7 คนใช้เลื่อยยนต์ตัดทอนไม้หลายชนิด อ้างได้รับคำสั่งจากผู้บริหารท้องถิ่น ขณะชุมชนยืนยันเป็นการตัดไม้ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.10 (น้ำดำ) ชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขา พิษณุโลก ทำหนังสือถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก กรมที่ดิน ขอให้ตรวจสอบสถานะที่ดินแปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ 6 งานเศษ พิกัดโซน 47 Q ในชุมชนพันปี ริมถนนพุทธบูชา เขตเทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อชี้ชัดว่าเป็นที่ดินประเภทใด การตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจาก นายคณาทิพย์ นาทิพย์ (สท.แดง) ประธานชุมชนพันปี แจ้งว่ามีการตัดไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ วัดพันปี เลขที่ 1074/1 ถนนพุทธบูชา อำเภอเมือง เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 ก.พ. เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ประมาณ 2 งานเศษ

ในที่เกิดเหตุพบประธานชุมชน พร้อมกลุ่มชาย 7 คนกำลังตัดทอนไม้ภายในวัด จากการสอบถามเบื้องต้น คนงานให้การว่าได้รับคำสั่งจากนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ให้เข้ามาช่วยริดทอนต้นไม้ตามคำขอของพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาสวัดพันปี เนื่องจากเกรงว่าจะโค่นล้มเป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม คนงานทั้ง 7 คนไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่บันทึกชื่อและลงนามในบันทึกตรวจสอบ แม้เจ้าหน้าที่จะชี้แจงว่าไม่ใช่บันทึกจับกุม ขณะที่ผู้ร้องยืนยันว่าการตัดไม้ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิด เนื่องจากพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นที่ดินวัดที่มีข้อพิพาท และอยู่ระหว่างการฟ้องร้องครอบครองโดยปรปักษ์ อีกทั้งเป็นพื้นที่ป่าชุมชนที่ชาวบ้านปลูกต้นไม้มานาน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้จัดทำบันทึกการตรวจสอบ โดยมีเจ้าอาวาสวัดและผู้ร้องลงนาม เพื่อนำส่งสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลกพิจารณาชี้ชัดสถานะที่ดิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณากรณีตัดไม้ครั้งนี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าต้นไม้ที่ถูกตัดริดทอน ได้แก่ สะเดา อินทนิล ตะเคียน และโพธิ์ โดยใช้เลื่อยโซ่ยนต์ และมีรถบรรทุก 6 ล้อของทางราชการ 2 คันอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

พิษณุโลกจัดใหญ่ “โขนในวัง” กลางพระราชวังจันทน์ สืบสานศิลป์ชั้นสูง ดันท่องเที่ยวเมืองรอง

พิษณุโลก – องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จัดการแสดง “โขนในวัง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ พระราชวังจันทน์ หวังสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “พิษณุโลกเที่ยวได้ทั้งปี”

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่โบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัด พิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดโครงการจัดการแสดง “โขนในวัง” โดยมีนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงาน ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของประเทศ และประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรอง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะการแสดงโขน ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก และ กรมศิลปากร ในการนำการแสดงโขนจากสำนักการสังคีตมาจัดแสดงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับชม

สำหรับการแสดงโขน ชุด “เย็นศิระพระพิษณุ” จัดแสดง 3 วัน 3 ตอน ระหว่างเวลา 19.00–21.00 น. ได้แก่ วันที่ 20 ก.พ. ตอน “หนุมานชาญฤทธี พาลีเสียสัจจา” วันที่ 21 ก.พ. ตอน “เกสรทมาลา พลีชีวัน” และวันที่ 22 ก.พ. ตอน “ศึกโรมคัล ทศกัณฑ์พ่าย” ภายในงานยังมีการฉายโปรเจคเตอร์แมปปิ้งเล่าเรื่องโขน การตกแต่งซุ้มทางเข้า จุดถ่ายภาพเสมือนจริงกับนักแสดงโขน นิทรรศการในรูปแบบ Edutainment การประดับไฟ “Royal Khon Light Garden” ร้านอาหารและของที่ระลึก รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรมในจังหวัด สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับของที่ระลึกได้ โดยจัดเตรียมที่นั่งชมกว่า 2,500 ที่นั่ง พร้อมมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ งานเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้ง 3 วัน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก ควบคู่การยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของศิลปะชั้นสูงของไทย ท่ามกลางบรรยากาศประวัติศาสตร์ ณ พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก.

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปปช.ลำพูน- ชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดลำพูน และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส(Watch & Voice)

ลำพูน - สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ประจำจังหวัดลำพูน โดย นายนพพร บุญโชติตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายณัฏฐ์ วิศิษฏ์ยิ่งเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ประจำจังหวัดลำพูน,นายหิรัญ ชัยนุ ประธานชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยสมาชิกสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดลำพูน และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริต เพื่อถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต โครงการเสริมพลังSTRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต(ESPAC) กิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส(Watch & Voice) โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ประจำจังหวัดลำพูน ณ อาคาร 100 ปี สธ.ชั้น 4 โรงพยาบาลลำพูน วันที่ 18 ก.พ. 69 เวลา 9 นาฬิกา ถึง 16 นาฬิกา โดยมี แพทย์หญิง ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน, รองผู้อำนวยการฯ, หัวหน้ากลุ่มงาน และเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับฯ

นายหิรัญ  ชัยนุ ประธานชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เป็นปัญหาที่สำคัญที่สั่งสมมานานในสังคมไทย เป็นวิกฤติที่มีความรุนแรงที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และเป็นต้นเหตุของความยากจนของคนในชาติ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศักยภาพการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน และเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิต และก่อให้เกิดอุปสรรคที่สำคัญต่อการพัฒนาและความเจริญของประเทศแม้รัฐบาลทุกยุคได้เน้นยำเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นอย่างต่อเนื่อง แต่จากการประเมินสถานการณ์การทุจริต ยังไม่มีแนวโน้มที่ลดลง สถานการณ์โดยรวมยังรุนแรง และถ้าหากปล่อยปัญหาโดยไม่มีการดำเนินการ จะทำให้ปัญหาการทุจริตเพิ่มมากขึ้น การจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่น หรือ CP! Index ปี 2568 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ได้ 33 คะแนนจาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 8 จาก 10 ประเทศในอาเซียน อยู่ในลำดับที่ไม่น่าพอใจจำเป็นอย่างยิ่ง..

การจัดกิจกรรมการจับตามองและแจ้งเบาะแส (Watch & Voice) เพื่อพัฒนาเครือข่ายชุมชนจิตพอเพียงต้านทุจริต และเสริมสร้างแกนนำในการสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต เสริมสร้างให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐ มีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 50(10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช 2561 มาตรา 33 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในภาคปฏิบัติให้แก่ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนชมรมสตรอง ฯ ให้เข้าใจบทบาทในฐานะการทำหน้าที่พลเมืองที่ดี สำหรับในพื้นที่จังหวัดลำพูน ในปีงบประมาณ พุทธศักราช 2569 สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดลำพูน เสริมสร้างประเด็นความรู้ในการลงพื้นที่จับตามองแจ้งเบาะแส เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทุจริตเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ขัดต่อระเบียบและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างที่มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท เพื่อติดอาวุธทางปัญญาแก่สมาชิกชมรมสตรอง ฯ ในการจับตามองแจ้งเบาะอย่างมีประสิทธิภาพ..

แทน ต่อมสังข์  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปปช.ลำพูน เดินหน้าโครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต

ลำพูน - วันที่17 ก.พ. 69 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)จังหวัดลำพูน โดย นายนพพร  บุญโชติตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริต เพื่อถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต โครงการเสริมพลัก STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต (ESPAC) โดยมี นางภัณฑิลา  แก้วบุญเรือง จัดหาจัดหางานจังหวัดลำพูน และ พันตำรวจโท ณัฐวุฒิ  ธนจินดา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูนลำพูน(สว.ตม.จว.ลำพูน) มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอกหญิง สังวาลย์  แสนคำ รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูน(รอง สว.ตม.จว.ลำพูน) ร่วมให้การต้อนรับ ชมรม STRONG จิตพอเพียงต้นทุจริตจังหวัดลำพูน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูน(ตม.จว.ลำพูน) หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ดำเนินการจัดกิจกรรมโดย นายณัฏฐ์  วิศิษฏ์ยิ่งเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดลำพูน


ป.ป.ช.จังหวัดลำพูน เดินหน้าโครงการเสริมพลัง STRONG ประชาชนถอนหมุดพื้นที่เสี่ยงทุจริต เน้นพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรมฯ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นเสี่ยง เช่นการจัดการแรงงานข้ามชาติ มุ่งสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็งตามหลัก"จิตพอเพียงต้านทุจริต" วัตถุประสงค์เพื่อ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้เครือข่ายภาคประชาชน(ชมรมSTRONG) สามารถวิเคราะห์ และตรวจพบความเสี่ยงต่อการทุจริตในระดับพื้นที่ได้ พัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรมฯ ลงพื้นที่ "ถอนหมุด"(แก้ไข/ปิดความเสี่ยง) และสร้างความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตเชิงนโยบายและการทุจริตทั่วไป มีเป้าหมายลดพื้นที่เสี่ยงทุจริตในจังหวัดลำพูนลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามหลักจิตพอเพียง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน(STRONG) ในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตเชิงรุก (ProactiveAnti-Corruption)กิจกรรม:การพัฒนาศักยภาพสมาชิกชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริต และเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "มาตรการป้องกันการทุจริตในกระบวนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ"มุ่งเน้นการ"ถอนหมุด" หรือจัดการพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น กิจกรรมดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระดับท้องถิ่น 

ทั้งนี้ ชมรม STRONG จิตพอเพียงต้นทุจริต คือเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต โดยใช้โมเดล STRONG ในการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตในชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อพัฒนาสังคมที่สะอาดและโปร่งใส..

 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ลำพูนจัดใหญ่ “หริภุญชัยนครแห่งรักเท่าเทียม 2569” ชู LOVE IS LOVE สร้างสังคมยอมรับความหลากหลาย

ลำพูน – เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 เวลา 11.00 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 แจ่มฟ้าช็อปปิ้งมอลล์ จ.ลำพูน มูลนิธิวีแคป องค์กรภาคประชาสังคมและองค์กรสาธารณประโยชน์จังหวัดลำพูน นำโดยนายวุธสิทธิกร ณ ลำปาง ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ จัดกิจกรรมเดือนแห่งความรักวาเลนไทน์ “หริภุญชัยนครแห่งรักเท่าเทียม 2569” ภายใต้แนวคิด LOVE IS LOVE เพราะทุกความรักเท่าเทียมกัน ท่ามกลางบุคคลเพศหลากหลายและประชาชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก

ภายในงานได้รับเกียรติจากนางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน นางรชยา ฮั่นตระกูล ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินี จังหวัดลำพูน และนางอัญเชิญ วงศ์มณีรุ่ง กรรมการผู้จัดการแจ่มฟ้าช็อปปิ้งมอลล์ ร่วมกล่าวโอวาทและแสดงพลังสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ และกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสำคัญ ได้แก่ พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม พ.ศ. 2567 และพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้บุคคลเพศหลากหลายได้แสดงศักยภาพและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างภาคภูมิ

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเวทีเสวนา “LOVE IS LOVE เพราะทุกความรักเท่าเทียมกัน” การแสดงความสามารถ และไฮไลต์การประกวด “เทพีดวงดี ราชินีแห่งรักเท่าเทียม 2569” โดยมีผู้เข้าประกวดจาก จ.ลำพูน และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกว่า 100 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแห่งความเท่าเทียม

บนเวทีเสวนา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน ได้ประกาศเจตนารมณ์ส่งเสริมความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ โดยเน้นแนวปฏิบัติสำคัญ อาทิ การจัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์ทางเพศ การแต่งกายตามอัตลักษณ์ภายใต้ระเบียบหน่วยงาน การรับสมัครงานโดยไม่กำหนดเพศ การใช้ถ้อยคำที่ไม่ด้อยค่า การเปิดโอกาสให้ทุกเพศมีส่วนร่วม และการป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนจังหวัดลำพูนสู่ “สังคมแห่งความรักที่เท่าเทียมอย่างแท้จริง” และตอกย้ำว่าทุกความรักมีคุณค่าเท่าเทียมกันในสังคมไทย

นายแทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ลำพูนผนึกกำลังรัฐ–เอกชน–ชุมชน เดินหน้าโครงการป้องกันไฟป่า ลดต้นเหตุฝุ่น PM 2.5

ลำพูน – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดลำพูนเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมป่าไม้ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ

ข้อมูลจาก ก.พ.ร. ระบุว่า แหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 กว่า 64% มาจากภาคป่าไม้ ทำให้การป้องกันไฟป่าตั้งแต่ต้นทางเป็นกลไกสำคัญในการลดปัญหาอย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวจึงมุ่งเน้นการป้องกัน เฝ้าระวัง และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าชุมชนตำบลทาปลาดุก และตำบลทาสบเส้า รวม 12 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ดำเนินงานต่อเนื่องระยะเวลา 3 ปี (2569–2571)

นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างกลไกการป้องกันไฟป่าในระยะยาว โดยส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการควบคุมไฟป่า อุปกรณ์ดับไฟ การจัดตั้งจุดเฝ้าระวัง รวมถึงการนำเทคโนโลยีแปรรูปเศษวัสดุธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้และใบไม้แห้ง ให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลใช้ในครัวเรือน สร้างรายได้เสริมและลดการเผาในพื้นที่

ด้านนายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยกำหนดนโยบายไม่รับซื้อและไม่นำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่รุกป่าและพื้นที่เผาแปลง พร้อมดำเนินระบบตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 100% ตั้งแต่ปี 2559 เชื่อมโยงข้อมูลพิกัดแปลงปลูกกับภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อติดตามและประเมินความเสี่ยงการเผาอย่างแม่นยำ

โครงการดังกล่าวนับเป็นต้นแบบความร่วมมือเชิงบูรณาการ ที่มุ่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 อย่างครบวงจร ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดลำพูนอย่างยั่งยืน

 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูนรายงาน


ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้