วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

เลี้ยงน้ำชาเพื่อการศึกษา ไทยรัฐวิทยา 54 ระดมทุนพัฒนาห้องเรียน ชุมชนบ่อแสนร่วมใจแน่นห้องประชุม

วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 54 (วัดไสเสียด) ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ได้มีการจัดงาน “เลี้ยงน้ำชาเพื่อการศึกษา” ขึ้นอย่างอบอุ่น โดยมี นายสมพร โบบทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ มณีศรี นายอำเภอทับปุด ร่วมเป็นเกียรติในงาน ท่ามกลางคณะครู ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมี นางอรอุมา สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ยังมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ นายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร ประธานสภาทนายความจังหวัดพังงา,นางสาวเนตรนภา ประหยัดทรัพย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา และ ส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ร่วมแสดงความยินดีและสนับสนุนกิจกรรม

นายศิวัช บุญโล่ง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงานว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนปรับปรุงอาคารสถานที่และห้องเรียนที่ชำรุดทรุดโทรม ให้มีความพร้อมและทันสมัย อาทิ ห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3 ห้องอนุบาล ห้องนาฏศิลป์ และห้องภาษาอังกฤษ เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนในอนาคต ด้าน นายสมพร โบบทอง ประธานในพิธี กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเยาวชน และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชน ที่ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้กับลูกหลาน โดยห้องเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเด็ก ๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงของนักเรียน สร้างสีสันและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน ขณะเดียวกันผู้ปกครองและชุมชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก มีแขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าร่วมอย่างเนืองแน่นจนเต็มพื้นที่ สะท้อนถึงความร่วมมือและความตื่นตัวของชุมชนบ่อแสนในการสนับสนุนการศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ งานดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับเยาวชนในพื้นที่ต่อไป

ภาพ/ข่าว เทวี  พระเมือง /พังงา 

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569

นครสวรรค์ตรวจเข้มคลังน้ำมัน Double Check ปริมาณสำรอง สั่งห้ามกักตุน-เอาเปรียบประชาชน

วันที่ 29 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครสวรรค์ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนและการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ มอบหมายให้ปลัดจังหวัด รอง ผอ.รมน.จังหวัด นายอำเภอ และพลังงานจังหวัด ลงพื้นที่ Double Check ปริมาณน้ำมันในคลังให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

การลงพื้นที่ครั้งนี้ตรวจสอบคลังน้ำมันจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ คลังน้ำมันของบริษัทพลังงานในอำเภอพยุหะคีรี และคลังน้ำมันในพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ โดยมีคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ พลังงานจังหวัด และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบและหารือกับผู้ประกอบการเพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบัน

จากการตรวจสอบพบว่า คลังน้ำมันทั้ง 2 แห่งมีการติดประกาศราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างชัดเจน มีการรายงานข้อมูลต่อกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ตามระเบียบที่กำหนด และปริมาณการรับ-จ่ายน้ำมันมีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน ไม่พบพฤติกรรมกักตุนหรือฉวยโอกาสแต่อย่างใด ทั้งนี้ จังหวัดนครสวรรค์ย้ำให้ผู้ประกอบการคลังน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการกักตุนหรือเอาเปรียบประชาชนจะดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปริมาณน้ำมันมีเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค.

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

ลำพูนเปิดแลนด์มาร์คใหม่ “บ้านจำขี้มด” เหลืองอินเดียบานสะพรั่ง ชวนเที่ยวชมวิถีชุมชนท่ามกลางดอกไม้สีทอง

ลำพูน เมืองเล็กที่เต็มไปด้วยเสน่ห์วิถีชุมชน กำลังมีแลนด์มาร์คท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่นักเดินทางไม่ควรพลาด “บ้านจำขี้มด” หมู่ 2 ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง กลายเป็นจุดเช็กอินสุดงดงาม หลังต้นเหลืองอินเดียออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งหมู่บ้าน เปลี่ยนถนนและบ้านเรือนให้กลายเป็นอุโมงค์สีเหลืองสดใส สร้างบรรยากาศอบอุ่นและน่าประทับใจ โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี

ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ต้นเหลืองอินเดียถูกนำเข้ามาปลูกในชุมชนโดยคุณศรีรัตรตั้งแต่หลายปีก่อน ก่อนจะมีการขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้ชาวบ้านปลูกตามบ้านเรือน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนในปัจจุบัน แทบทุกครัวเรือนมีการเพาะชำและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม ส่งขายไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศความพิเศษของบ้านจำขี้มดคือ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายภาพได้ฟรีตลอดทุกวัน สามารถขับรถแวะเที่ยวชมดอกเหลืองอินเดียที่เรียงรายตลอดเส้นทางในหมู่บ้านได้อย่างสะดวก โดยปี 2569 ถือเป็นปีแรกที่มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เพื่อผลักดันให้ชุมชนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีและเชิงเกษตร

แม่ยุพิน ชาวบ้านในชุมชน เล่าว่า ต้นเหลืองอินเดียใช้เวลาเพาะประมาณ 3 เดือนก็สามารถเติบโตได้ดี ประชาชนที่สนใจสามารถเลือกซื้อได้โดยตรงจากชุมชน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 50–70 บาท ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในหมู่บ้านและช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากความสวยงามของดอกไม้ บ้านจำขี้มดยังเป็นชุมชนเกษตรที่เข้มแข็ง ชาวบ้านปลูกพืชผักและผลผลิตทางการเกษตรจำหน่ายเอง สร้างรายได้และลดรายจ่ายภายในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยกย่องเป็นชุมชนต้นแบบ “ชีววิถี”

ชุมชนแห่งนี้ยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นโครงการที่ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ระดับการอยู่รอด การพอเพียง ไปจนถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เคยเงียบสงบ วันนี้บ้านจำขี้มดกำลังกลายเป็นจุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวลำพูน ที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับวิถีชีวิตชุมชนอย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงชุมชน ที่ทั้งสร้างรายได้และรักษาเอกลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์


วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

สลด! ชายวัย 70 ปี เสียชีวิตในบ้านพักที่น่าน ญาติไม่ติดใจสาเหตุ คาดปมสุขภาพจิต

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 07.20 น. ร.ต.อ.กิตติพัฒน์ ราชภัณฑ์ พนักงานสอบสวน สภ.เวียงสา จังหวัดน่าน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่ามีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพัก พื้นที่หมู่ 4 ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุภายในห้องนอน พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 70 ปี สภาพร่างอยู่ภายในบ้านพัก จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือการต่อสู้แต่อย่างใด ทราบชื่อภายหลังคือนายทูล (สงวนนามสกุล) ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพัง

จากการสอบถามญาติให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า และมักดื่มสุราเป็นประจำ อีกทั้งเคยแสดงอาการเครียดและท้อแท้หลายครั้ง โดยก่อนเกิดเหตุ หลานชายเป็นผู้ไปพบผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 07.00 น. ก่อนแจ้งญาติและเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงประสานแพทย์จากโรงพยาบาลเวียงสา ทำการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางกฎหมาย และมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝากเตือนถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ หากพบสัญญาณความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า ควรได้รับการดูแลจากครอบครัว และเข้าถึงความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสม

สนพท. ประชุมบอร์ดวางอนาคตสื่อภูมิภาค กำหนดทิศทางสื่อยุคดิจิทัล ก่อนเปิดเวทีประชุมใหญ่ปี 2569 ที่พิษณุโลก

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นางวิลาสินี เจริญสุข นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ร่วมกับคณะที่ปรึกษา เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของสมาคมในปี 2569 ที่ โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัด พิษณุโลก

ที่ประชุมได้เน้นการปรับตัวขององค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัล โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพสมาชิกให้สามารถทำงานข่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางกระแสข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ได้เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกเพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม 2569 ณ สถานที่เดียวกัน เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในรอบปี และเปิดเวทีให้สมาชิกทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางพัฒนาองค์กร

ในการประชุมใหญ่ดังกล่าว นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณและทุนการศึกษาแก่ผู้สนับสนุนกิจกรรมของสมาคม ขณะที่ นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา และอดีตนายกสมาคมฯ ในฐานะที่ปรึกษา เข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาองค์กรสื่อภูมิภาค

ทั้งนี้ สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย เปิดโอกาสให้สมาชิกลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมใหญ่ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสื่อภูมิภาคให้ทันต่อบริบทสื่อยุคใหม่อย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569

ปตท.จับมือ ตร.-โรงเรียนบางแก้ว ลุยปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก แจกหมวกกันน็อค 72 ใบ ย้ำ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน”

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากบางปะกงไปโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว และ โรงเรียนคลองบางแก้ว (ภิรมย์ประชาราษฎร์) อำเภอบางพลี จัดโครงการ “หมวกกันน็อคล็อคความปลอดภัย” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ภายในงาน นายธีรภัทร์ ลีลาวรรณสุข ผู้จัดการส่วนปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดโครงการ ขณะที่ น.ส.ภูริตา มีวัฒนะ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นในพื้นที่โรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณถนน สป.4002 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนคลองบางแก้ว (กรมยุติธรรมประชาราษฎร์) และโรงเรียนวัดหนามแดง (เขียวอุทิศ) โดยมีเป้าหมายเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย เนื่องจากนักเรียนจำนวนมากต้องใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง ทั้งขับขี่เองและโดยสารมากับผู้ปกครอง

กิจกรรมภายในงาน มีการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร การสวมหมวกกันน็อคอย่างถูกวิธี การอ่านสัญญาณไฟ รวมถึงการข้ามถนนอย่างปลอดภัย โดยมี พ.ต.ท.สมบัติ หอมดอก สารวัตรป้องกันปราบปราม เป็นวิทยากรให้ความรู้ เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ ทาง ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังได้มอบหมวกกันน็อคจำนวน 72 ใบ ให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้จัดโครงการคาดหวังว่า กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างวินัยจราจรให้กับเยาวชน และมีส่วนสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ผู้ว่าฯ น่าน ลุยตรวจปั๊มทั่วเมือง สยบข่าวลือ “น้ำมันขาด” ฟันธงมีพอ แค่สะดุดชั่วคราว ไม่ต้องตื่นตระหนก

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน นำกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในเขตอำเภอเมืองน่าน หลังมีความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันในพื้นที่

จากการตรวจสอบพบว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงยังอยู่ในภาวะปกติ ไม่พบการขาดแคลน โดยปัญหาน้ำมันหมดนั้น เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวในบางช่วงเวลา และบางสถานีบริการเท่านั้น ซึ่งจะคลี่คลายทันทีเมื่อมีการขนส่งน้ำมันเข้ามาเติมเพิ่มเติม

ผู้ว่าฯ น่าน ระบุว่า สถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ โดยเฉพาะของ ปตท. และ พีที ยังคงมีน้ำมันทยอยจัดส่งเข้ามาทุกวัน โดยเฉพาะ “ดีเซล” ที่มีความต้องการใช้งานสูงในช่วงเย็น อาจเกิดเหตุหมดชั่วคราวจากปริมาณผู้ใช้บริการจำนวนมาก แต่จะได้รับการเติมในวันถัดไปตามปกติ ขณะที่น้ำมันกลุ่มเบนซิน เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ยังมีปริมาณเพียงพอ ไม่พบปัญหาขาดแคลน แม้ช่วงเวลาเลิกงานจะมีรถเข้ามาใช้บริการต่อเนื่องและมีการต่อคิวบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับปกติ อย่างไรก็ตาม สถานีบริการน้ำมันรายย่อยบางแห่ง อาจได้รับผลกระทบด้านการขนส่ง เนื่องจากผู้จัดส่งน้ำมันไม่สามารถกระจายสินค้าได้ทันเวลา ทำให้ต้องรอการเติมน้ำมันนาน 1-2 วัน ส่งผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก และสามารถเลือกใช้บริการสถานีใกล้เคียงได้ หากพบว่าสถานีใดน้ำมันหมดชั่วคราว พร้อมกันนี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดน่าน ได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันของแต่ละสถานีแบบเรียลไทม์ เพื่อความสะดวกในการวางแผนการเดินทางและการใช้บริการ จังหวัดน่านยังขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ช่วยให้สถานการณ์โดยรวมเป็นไปอย่างเรียบร้อย และยังคงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

คาราวาน Mercedes-Benz Road Cruise 2026 กว่า 40 คัน เยือนพังงา เชื่อมเส้นทางอันดามัน กระตุ้นท่องเที่ยวคุณภาพ

พังงา – วันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. บริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพังงา นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายพลเอก มายะการ ประธานหอการค้าจังหวัดพังงา ให้การต้อนรับคณะคาราวานรถยนต์คลาสสิกระดับไอคอนิก ในกิจกรรม “Mercedes-Benz Road Cruise 2026” ซึ่งเดินทางตามเส้นทางท่องเที่ยวกระบี่–พังงา–ภูเก็ต

คณะดังกล่าวจัดโดยบริษัท ม่วงเช้า จำกัด (Arinara Beach Resort Phuket) นำโดย คุณเมอร์ฟีย์ ผู้บริหารโรงแรมเอรินนารา บีช รีสอร์ท ภูเก็ต ร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์คลับ ประเทศไทย โดยมี คุณสยาม เศรษฐบุตร เป็นผู้นำขบวนคาราวานรถคลาสสิกกว่า 40 คัน เข้าสู่พื้นที่จังหวัดพังงา ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว โอกาสนี้ คณะผู้เข้าร่วมได้ร่วมถ่ายภาพประชาสัมพันธ์บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดพังงา เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ “เมืองสวยในหุบเขา” และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสู่สายตานักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับกิจกรรม “Mercedes-Benz Road Cruise 2026” เป็นการรวมตัวของผู้ใช้รถยนต์คลาสสิกที่ทรงคุณค่า ผสานการเดินทางท่องเที่ยวเข้ากับการนำเสนอเอกลักษณ์ของพื้นที่อันดามัน ทั้งด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตชุมชน โดยมีกำหนดปิดท้ายกิจกรรมด้วยงานกาลาดินเนอร์ริมชายหาด ณ The Beach Phuket โรงแรมเอรินนารา บีช รีสอร์ท ภูเก็ต ในวันที่ 21 มีนาคม 2569 พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ ปีเตอร์ คอร์ป และแคทรียา อิงลิช ท่ามกลางบรรยากาศพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าหาดบางเทา ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของฝั่งอันดามัน อันเป็นการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

ภาพ/ข่าว  เทวี  พระเมือง-พังงา 

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดงานวันสตรีพังงา เสริมพลังบทบาทสตรีสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

พังงา–รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เสริมพลังบทบาทสตรีพังงา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแบบองค์รวมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ประจำปี 2569 พร้อมย้ำบทบาทสตรีเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด

วันนี้  16 มีนาคม 2569 ที่หอประชุมเขาทอย วิทยาลัยเทคนิคพังงา เขต 2 อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เสริมพลังบทบาทสตรีพังงา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายประพันธ์ วรรณบวร พัฒนาการจังหวัดพังงา น.ส.พัทธนันท์ สมใจ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพังงา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย และคณะกรรมการพัฒนาสตรีจากทั้ง 8 อำเภอ เข้าร่วมจำนวนมากภายในงานมีการจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จำนวน 9 บูธ อาทิ การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” บ้านท่ากะได อำเภอกะปง การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพังงา และการบริหารจัดการขยะของตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว เพื่อสะท้อนบทบาทสตรีในการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้กล่าวต้อนรับและเน้นย้ำบทบาทของสตรีในการร่วมพัฒนาจังหวัด ขณะที่ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดพังงาได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งมุ่งส่งเสริมศักยภาพสตรีให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดอย่างยั่งยืน ในพิธีเปิด ประธานในพิธีได้มอบประกาศนียบัตรแก่คณะกรรมการพัฒนาสตรีดีเด่นและสตรีผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการพัฒนาสตรี จำนวน 11 ราย พร้อมมอบกระเช้าสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีทั้ง 8 อำเภอ เพื่อนำไปขยายผลสู่ครัวเรือนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเครือข่ายสตรีจังหวัดพังงา โดยผู้แทนสตรีจาก 4 อำเภอร่วมสะท้อนประเด็นการพัฒนาในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพชีวิต เพื่อนำข้อเสนอไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดในอนาคต ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงายังได้มอบนโยบายการขับเคลื่อน “พังงาสะอาด ด้วยพลังสตรีทุกครัวเรือน” เพื่อให้เครือข่ายสตรีในพื้นที่ร่วมกันสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมและพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว  เทวี  พระเมือง - พังงา 


ผู้ว่าฯ อุดรฯ นำพิธี “เอิ้นขวัญ สืบชะตาหลวง” เสริมดวงชะตา-ทอดผ้าป่าสร้างศาลาการเปรียญ ชาวบ้านแห่ร่วมแน่นวัด

อุดรธานี – ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีสืบชะตาหลวง “เอิ้นขวัญ” ตามประเพณีอีสาน เสริมสิริมงคล ต่ออายุ ต่อชีวิต พร้อมทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนสร้างศาลาการเปรียญ ท่ามกลางประชาชนร่วมพิธีจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่วัดหนองหมากเขียด (คลองธรรมนิมิต) บ้านหนองคลอง ตำบลสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายราชันย์ ซุ่นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีสืบชะตาเสริมบารมี “พิธีเอิ้นขวัญ” ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวอีสานในการเสริมดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ และสร้างขวัญกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีอย่างคึกคัก

ภายในพิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีการประกอบพิธีบวงสรวงทวยเทพเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด จากนั้นเป็นพิธีพราหมณ์กล่าวโองการสู่ขวัญ และพิธีสวดนพเคราะห์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้จุดเทียนชัย พร้อมร่วมอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นมงคลแก่ผู้ร่วมพิธี

ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อระดมทุนสมทบการก่อสร้างศาลาการเปรียญของวัดหนองหมากเขียด ซึ่งยังขาดงบประมาณอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีพระเถระในพื้นที่ร่วมประกอบพิธี อาทิ พระครูโสภิตภัทรคุณ เจ้าคณะตำบลสามพร้าว เขต 1 พระครูสุพจน์ธรรมาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสามพร้าว เขต 2 พระครูอุดมวโนภาส เจ้าคณะตำบลสามพร้าว เขต 3 และพระครูบาน้อย อนตฺตโร วัดป่าอภัยทาน อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับพระธิติพันธ์ จิรเมธี รักษาการเจ้าอาวาสวัดหนองหมากเขียด

ทั้งนี้ พิธีสืบชะตาหลวง หรือ “พิธีเอิ้นขวัญ” ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวอีสานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมดวงชะตา ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และนำพาความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิต อีกทั้งยังเป็นการรวมพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และร่วมกันพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางของชุมชนต่อไป.


วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569

อบต.เขาเจ็ดลูก จัดมหกรรม “กีฬาสานสัมพันธ์ 12 หมู่บ้าน”ชาวบ้านร่วมเสริมสร้างสามัคคีชุมชน


พิจิตร – อบต.เขาเจ็ดลูก จัดกิจกรรม “กีฬาสานสัมพันธ์ 12 หมู่บ้าน” ประจำปี 2569 เปิดเวทีให้เยาวชนและประชาชนร่วมแข่งขันกีฬาสร้างความสามัคคีในชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 ที่สนามกีฬาชั่วคราว องค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร นายภูวนาท สุวรรณพรหม นายอำเภอทับคล้อ เป็นประธานเปิดงาน “กีฬาสานสัมพันธ์ 12 หมู่บ้าน ตำบลเขาเจ็ดลูก” ประจำปี 2569 โดยมี นายกฤษณะ ก้อนแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาเจ็ดลูก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ท่ามกลางคณะผู้บริหาร พนักงาน ผู้นำชุมชน ตัวแทนภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของประชาชนในตำบล ผ่านการแข่งขันกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งกีฬาสากล เช่น เซปักตะกร้อ เปตอง และชักเย่อ รวมถึงกีฬาพื้นบ้านที่สร้างความสนุกสนานให้กับทั้งนักกีฬาและผู้ชม โดยได้รับความสนใจจากเยาวชนและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ได้แก่ Akara Resources Public Company Limited, LotusHall Mining Heavy Engineering Construction และ Naracha Karnyotha and Mining Limited Partnership ซึ่งร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนในพื้นที่

ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน นายกฤษณะ ก้อนแก้ว ได้มอบถ้วยรางวัลให้แก่ผู้ชนะการแข่งขันในประเภทต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งรอยยิ้มและความประทับใจของชาวบ้านที่เข้าร่วมงาน

ยุทธ ศรีทองสุข ภาพ/ข่าว.

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

คณะสื่อเวียดนาม ศึกษาดูงานท่องเที่ยวภาคใต้ กระชับความสัมพันธ์สื่อสองประเทศ

คณะผู้แทนสื่อมวลชนจากประเทศเวียดนาม เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชน พร้อมศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ระหว่างวันที่ 2–8 มีนาคม 2569 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสื่อและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 คณะสื่อมวลชนจากประเทศเวียดนามเดินทางถึงประเทศไทยทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายบรรหาร บุญเขต และคณะให้การต้อนรับ ก่อนนำคณะเข้าพักที่โรงแรมอลิซาเบธ ย่านสะพานควาย กรุงเทพมหานคร โดยในช่วงค่ำ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีตสมาชิกวุฒิสภา เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองและอบอุ่น

ต่อมาในวันที่ 3 มีนาคม นายบรรหาร บุญเขต ประธานผู้ก่อตั้งสมาคมนักหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำคณะสื่อมวลชนจากสมาคมหนังสือพิมพ์จังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม จำนวน 16 คน เดินทางศึกษาดูงานในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ พร้อมพักค้างคืนที่จังหวัดชุมพร ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดพังงาและภูเก็ต

ระหว่างการเดินทาง พลอากาศตรี ณัฏฐอรรจน์ ถวิลหวัง หรือ “เสธ.อรรจน์” เจ้าของร้านอาหารชมวิวซีฟู้ด ได้ให้การต้อนรับและเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารแก่คณะสื่อเวียดนามอย่างอบอุ่น

ช่วงวันที่ 4–5 มีนาคม ซึ่งตรงกับ วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ คณะผู้แทนสื่อมวลชนจากจังหวัดบั๊กนิญ–บักยาง ประเทศเวียดนาม เดินทางถึงจังหวัดพังงา โดยมี นายกิตติ วงศรัตนาวุธ ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอรัปชั่นประเทศไทย (ภาคใต้) พร้อมด้วยนายบรรหาร บุญเขต และคณะ ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเลอ เอราวัณ พังงา

ในโอกาสเดียวกัน นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย ดร.พินิจ มายะการ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงแรมเลอ เอราวัณ พังงา และบริษัทในเครือ ได้จัดเลี้ยงอาหารต้อนรับ โดยมีผู้แทนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดพังงาเข้าร่วม ก่อนมอบของที่ระลึกแก่คณะสื่อมวลชนจากเวียดนามและสื่อมวลชนไทยที่ร่วมติดตามทำข่าว

เช้าวันที่ 5 มีนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้นำคณะสื่อมวลชนเวียดนามเข้าสักการะ ศาลหลักเมืองพังงา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมนำชมภาพวาดอัตลักษณ์ศิลปะของเยาวชนในพื้นที่ จากนั้นตัวแทนคณะสื่อเวียดนามได้มอบภาพวาดพื้นเมืองของประเทศเวียดนาม และ มะขามหวานจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นของที่ระลึก เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนเดินทางเยี่ยมชมหมู่บ้านกลางน้ำในอ่าวพังงา

ช่วงเย็นวันเดียวกัน คณะสื่อมวลชนทั้งสองประเทศได้เข้าชมการแข่งขัน มวยการกุศลเนื่องในวันนักข่าว ที่สนามมวยเขาหลักบียอน สเตเดี้ยม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยผู้บริหารสนามมวยและโปรโมเตอร์ได้จัดกิจกรรมมวยการกุศล พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานสื่อมวลชนที่ยากจนแต่เรียนดี จำนวน 10 ทุน ท่ามกลางแฟนมวยชาวไทยและต่างชาติที่เข้าชมอย่างคึกคัก

ด้าน มิสเตอร์อั่น นายกสมาคมหนังสือพิมพ์จังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม กล่าวชื่นชมสนามมวยเขาหลักบียอน สเตเดี้ยม ว่าเป็นสนามมวยที่ได้มาตรฐาน การแข่งขันสนุกและดุเดือด อีกทั้งยังคงรักษาพิธี ไหว้ครูมวยไทย อันงดงาม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้ชาวต่างชาติได้ชื่นชมต่อไป

สำหรับวันที่ 6 มีนาคม คณะสื่อเวียดนามได้เดินทางศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพังงา อาทิ อนุสรณ์สถานสึนามิเขาหลัก, จุดชมวิวเสม็ดนางชี และ สกายวอล์คพังงา ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตในช่วงบ่าย และเข้าพักที่โรงแรมดาราเป็นเวลา 2 คืน

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน หัวหน้าคณะสื่อเวียดนามได้ขออนุญาตนายบรรหาร บุญเขต หัวหน้าคณะฝ่ายไทย จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในคณะ เนื่องในโอกาส วันสตรีสากล ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของประเทศเวียดนาม โดยจัดขึ้นที่ร้านอาหารไม้หมอน กลางเมืองภูเก็ต เพื่อเลี้ยงฉลองให้กับสตรีชาวเวียดนามและสตรีไทยที่ร่วมเดินทางมาศึกษาดูงาน สร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน

กำหนดการในวันที่ 7 มีนาคม คณะจะเดินทางเยี่ยมชมหาดป่าตอง พร้อมทำกิจกรรมท่องเที่ยวและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ก่อนเข้าชมการแสดงวัฒนธรรมไทยที่ สยามนิรมิต ภูเก็ต ในช่วงค่ำ และในวันที่ 8 มีนาคม เวลา 09.30 น. คณะจะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อเดินทางกลับประเทศเวียดนาม

การเยือนประเทศไทยของคณะสื่อมวลชนจากเวียดนามในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านวิชาชีพสื่อ และสนับสนุนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย–เวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต.

Đoàn báo chí Việt Nam thăm Thái Lan, khảo sát du lịch miền Nam, thắt chặt quan hệ truyền thông hai nước

Đoàn đại biểu báo chí Việt Nam đã đến thăm Thái Lan nhằm trao đổi kinh nghiệm trong lĩnh vực truyền thông và khảo sát các điểm du lịch quan trọng ở miền Nam Thái Lan từ ngày 2–8 tháng 3 năm 2026, qua đó thúc đẩy hợp tác truyền thông và du lịch giữa hai quốc gia.

Ngày 2 tháng 3 năm 2026, đoàn báo chí Việt Nam đã đến Thái Lan qua Sân bay Suvarnabhumi. Ông Bunhan Boonkhet cùng các thành viên đã ra đón đoàn và đưa đoàn về nghỉ tại khách sạn Elizabeth ở khu Saphan Khwai, Bangkok. Buổi tối cùng ngày, Bác sĩ Poldej Pinprateep, cựu Thượng nghị sĩ Thái Lan, đã tổ chức tiệc chiêu đãi đoàn trong không khí thân mật và ấm áp.

Ngày 3 tháng 3, ông Bunhan Boonkhet, Chủ tịch sáng lập Hiệp hội Nhà báo địa phương tỉnh Phetchabun, đã dẫn đầu đoàn gồm 16 nhà báo thuộc Hiệp hội Báo chí tỉnh Bắc Ninh (Việt Nam) đến Thái Lan để giao lưu, học hỏi và khảo sát thực tế. Đoàn khởi hành từ Bangkok đi xuống miền Nam, nghỉ qua đêm tại tỉnh Chumphon trước khi tiếp tục hành trình đến các tỉnh Phang Nga và Phuket.

Trong chuyến đi này, Thiếu tướng Không quân Nattaarat Thawilwang (còn gọi là “Tướng Aon”), chủ nhà hàng Chomview Seafood, đã nhiệt tình đón tiếp và chiêu đãi đoàn báo chí Việt Nam.

Trong hai ngày 4–5 tháng 3, trùng với Ngày Báo chí Quốc gia Thái Lan, đoàn đại diện báo chí từ các tỉnh Bắc Ninh – Bắc Giang (Việt Nam) đã đến tỉnh Phang Nga. Tại đây, ông Kitti Wongsrattanawut, Chủ tịch Hiệp hội Nhà báo chống tham nhũng Thái Lan khu vực miền Nam, cùng ông Bunhan Boonkhet và các thành viên đã tổ chức đón tiếp đoàn tại khách sạn Le Erawan Phang Nga.

Nhân dịp này, ông Pairat Petchyuan, Tỉnh trưởng tỉnh Phang Nga, cùng Tiến sĩ Pinij Mayakan, Chủ tịch Hội đồng quản trị khách sạn Le Erawan Phang Nga và các công ty liên kết, đã tổ chức tiệc chiêu đãi đoàn. Đại diện Văn phòng Cơ quan Du lịch Thái Lan tại Phang Nga cũng tham dự và trao quà lưu niệm cho đoàn báo chí Việt Nam cũng như các nhà báo Thái Lan tham gia đưa tin.

Sáng ngày 5 tháng 3, Tỉnh trưởng Phang Nga cùng ông Bancha Thanun-in, Phó Tỉnh trưởng, đã dẫn đoàn báo chí Việt Nam đến dâng hương tại Đền trụ cột thành phố Phang Nga để cầu chúc may mắn. Sau đó đoàn tham quan các bức tranh nghệ thuật thể hiện bản sắc văn hóa địa phương do thanh thiếu niên Phang Nga sáng tác.

Nhân dịp này, đại diện đoàn báo chí Việt Nam đã trao tặng một bức tranh dân gian Việt Nam cùng me ngọt của tỉnh Phetchabun làm quà lưu niệm để bày tỏ lời cảm ơn trước sự đón tiếp nồng hậu của phía Thái Lan, trước khi tiếp tục tham quan làng nổi trên vịnh Phang Nga.

Cùng ngày vào buổi tối, đoàn báo chí hai nước đã tham dự trận đấu Muay Thái từ thiện nhân Ngày Nhà báo tại sân vận động quyền anh Khao Lak Beyond Stadium, huyện Takua Pa, tỉnh Phang Nga. Ban tổ chức đã kết hợp hoạt động từ thiện bằng việc trao 10 suất học bổng cho con em các nhà báo có hoàn cảnh khó khăn nhưng học giỏi, trong sự cổ vũ sôi động của khán giả Thái Lan và quốc tế.

Ông Anh, Chủ tịch Hiệp hội Báo chí tỉnh Bắc Ninh (Việt Nam), đã bày tỏ sự ấn tượng với sân vận động quyền anh Khao Lak Beyond Stadium, cho rằng đây là một sân đấu đạt tiêu chuẩn, các trận đấu hấp dẫn và quyết liệt, đồng thời vẫn gìn giữ nghi lễ Wai Khru Muay Thai truyền thống – một nét văn hóa đặc sắc cần được bảo tồn để bạn bè quốc tế tiếp tục chiêm ngưỡng.

Ngày 6 tháng 3, đoàn báo chí Việt Nam tiếp tục khảo sát các điểm du lịch nổi tiếng của tỉnh Phang Nga như Đài tưởng niệm sóng thần Khao Lak, điểm ngắm cảnh Samet NangsheSkywalk Phang Nga. Buổi chiều cùng ngày, đoàn di chuyển đến tỉnh Phuket và lưu trú tại khách sạn Dara trong hai đêm.

Tối cùng ngày, trưởng đoàn báo chí Việt Nam đã xin phép ông Bunhan Boonkhet – trưởng đoàn phía Thái Lan – tổ chức một buổi tiệc nhỏ trong đoàn nhân dịp Ngày Quốc tế Phụ nữ (8/3), vốn là ngày lễ quan trọng tại Việt Nam. Buổi tiệc được tổ chức tại nhà hàng Mai Mon ở trung tâm Phuket nhằm chúc mừng các nữ nhà báo Việt Nam và Thái Lan tham gia chuyến khảo sát, tạo nên bầu không khí thân tình và vui vẻ.

Theo kế hoạch ngày 7 tháng 3, đoàn sẽ tham quan bãi biển Patong, tham gia các hoạt động du lịch và mua sắm đặc sản địa phương, trước khi thưởng thức chương trình biểu diễn văn hóa Thái Lan tại Siam Niramit Phuket vào buổi tối.

Sáng ngày 8 tháng 3 lúc 09:30, đoàn sẽ di chuyển đến Sân bay Quốc tế Phuket để trở về Việt Nam.

Chuyến thăm Thái Lan lần này của đoàn báo chí Việt Nam được xem là một bước tiến quan trọng trong việc tăng cường quan hệ hợp tác giữa giới truyền thông hai nước, đồng thời góp phần thúc đẩy giao lưu du lịch và trao đổi kinh nghiệm nghề nghiệp giữa Việt Nam và Thái Lan trong tương lai.

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

มือปืนบุกจ่อยิงลุงวัย 59 ดับคาใต้ถุนบ้าน ขณะแกะมะขาม ตร.พุ่งปมแค้น-ชู้สาว เร่งล่าตัวคนร้าย

เหตุอุกอาจเขย่าขวัญชาวบ้านเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 1 มี.ค. 69 ร.ต.อ.สนิท รัตนกันทา รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 4 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย และกู้ภัยเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง บริเวณใต้ถุนพบศพ นายทศ ทองลอย อายุ 59 ปี เจ้าของบ้าน นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ข้างกะละมังมะขามที่กำลังแกะ สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ศีรษะและแขนหลายแห่ง ใกล้กันพบร่องรอยกระสุนตามเสาและผนังบ้าน

นายคำหล้า แช่มชู อายุ 53 ปี เพื่อนผู้ตาย ให้การด้วยอาการตกใจว่า นั่งแกะมะขามคุยกันตั้งแต่เช้า กระทั่งหัวค่ำได้ยินเสียงดังสนั่น ตอนแรกคิดว่ายางรถระเบิด เห็นผู้ตายก้มหน้าลงจึงก้มตามด้วยความกลัว ก่อนคลานไปปิดไฟ เมื่อเงียบผิดปกติจึงเปิดไฟดูอีกครั้ง พบว่าเพื่อนถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

จากการสืบสวนเบื้องต้น ตำรวจตั้งประเด็นไว้ที่ความขัดแย้งส่วนตัว ปมชู้สาว และปัญหายาเสพติด เนื่องจากผู้ตายเคยมีความสัมพันธ์กับบุคคลใกล้ชิดที่ปัจจุบันมีคู่ใหม่ ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงอาจมีปัญหากับเครือญาติของฝ่ายดังกล่าว ขณะนี้ตำรวจเชิญผู้ต้องสงสัยและพยานมาสอบปากคำ พร้อมเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เร่งติดตามตัวมือปืนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้