นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์, นางสาวปิยะดา วัชโรทยางกูร รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานพิษณุโลก, นายวีระวัฒน์ วัฒนพงษ์พฤกษ์ ที่ปรึกษานายก อบจ.เพชรบูรณ์ และนายวิทยา รัตนมณี นายอำเภอศรีเทพ ร่วมแถลงข่าวการเตรียมจัดงาน “แสงแห่งศรัทธา วิสาขปุรณมีบูชา ณ เมืองโบราณศรีเทพ” ระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
การจัดงานในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว “ศรีเทพเมืองมรดกโลก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้เมืองโบราณศรีเทพเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตลอดทั้งปี รวมถึงเป็นการต่อยอดมรดกวัฒนธรรมให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในท้องถิ่น
กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วยการแสดงแสง สี เสียงสุดอลังการ ถ่ายทอดตำนานเมืองศรีเทพผ่านเทคนิคแสงเลเซอร์ล้ำสมัย บริเวณ “เขาคลังนอก” อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ มีการแสดงวันละ 2 รอบ เวลา 19.45 – 20.00 น. และ 20.45 – 21.00 น. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวียนเทียน 999 ย่าง “ทักษิณาวรรต รอบสถูปพันปี มหาเจดีย์เขาคลังนอก” ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถร่วมเวียนเทียนได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยพิธีเปิดและพิธีสงฆ์จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา
อีกหนึ่งไฮไลต์ คือการเปิด ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค ซึ่งแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ “ตลาดแลกเบี้ย” จำลองบรรยากาศตลาดโบราณลุ่มน้ำป่าสัก, “ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุค” และ “ตลาดสายมู” เส้นทางสายศรัทธา รวมของดี ของฝาก อาหารพื้นถิ่นจากอำเภอศรีเทพและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมการแสดงวงออร์เคสตราจากมหาวิทยาลัยนเรศวร วันที่ 9 และ 10 พฤษภาคม วันละ 2 รอบ เวลา 18.00 – 19.45 น. และ 20.00 – 20.45 น.และในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ชมวงดนตรีลูกทุ่ง L.K.P. ลูกพ่อขุนผาเมืองแบนด์จากโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคมวงดนตรีเยาวชนพลังบวก ที่เคยสร้างชื่อจากเวที ชิงช้าสวรรค์ พร้อมปลุกจิตวิญญาณเพลงลูกทุ่งให้สะท้านทั่วผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ งาน “แสงแห่งศรัทธา วิสาขปุรณมีบูชา ณ เมืองโบราณศรีเทพ” ถือเป็น 1 ใน 6 เทศกาลประเพณีของไทยที่กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือกให้ส่งเสริมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อยกระดับเทศกาลไทยสู่เวทีนานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power ด้านวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับโลก
กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเชื่อมโยงศรัทธาและพุทธศาสนาให้ผู้คนระลึกถึงหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ยังปลุกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น