วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ลำพูนคึกคัก วันแรกเปิดรับสมัคร สส. หลายพรรคแห่ลงสมัคร ต้องจับสลากเลือกหมายเลข กกต.หวังคว้าแชมป์ใช้สิทธิืมากสุดสมัยที่ 16

บรรยากาศวันแรกของการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในจังหวัดลำพูน เป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองเดินทางมารอตั้งแต่ช่วงเช้า หวังได้สิทธิ์เลือกหมายเลขลงสมัครเป็นลำดับแรก

วันนี้ (27 ธันวาคม 2568) เวลา 08.00 น. ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน หมู่ที่ 15 บ้านน้ำบ่อเหลือง ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัคร สส. ทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง ปรากฏว่าผู้สมัครจากทุกพรรคการเมืองเดินทางมาถึงก่อนเวลาพร้อมกันตั้งแต่เวลา 07.30 น. ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจับสลากเพื่อจัดลำดับการเลือกหมายเลขผู้สมัคร ตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในเวลา 08.30 น.

ในการนี้ มีนางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน และพลตำรวจตรีบุณยวัต เกิดกล่ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ร่วมติดตามและกำกับดูแลบรรยากาศการรับสมัครให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนผู้สมัครจากแต่ละพรรคการเมืองที่เดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง

นางชรินทร์ทิพย์ ไชยโย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช 2568 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พร้อมกับการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. จังหวัดลำพูน ได้กำหนดแนวทางรณรงค์ให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ส่งเสริมการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากกว่าร้อยละ 85 ลดจำนวนบัตรเสียให้น้อยกว่าร้อยละ 5 พร้อมทั้งป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยตั้งเป้าให้จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุดของประเทศ

ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกเขต ออกมาใช้สิทธิของตนอย่างพร้อมเพียงกัน เพื่อรักษาสถิติจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงสุดของประเทศไทย และคว้าแชมป์สมัยที่ 16 อีกครั้ง


แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน #รายงาน

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2568

กล้าธรรมเปิดหน้าเดินเกมสมุทรปราการ อ่านยุทธศาสตร์ “ธรรมนัส” ปักหมุดพื้นที่อุตสาหกรรม ศึกเลือกตั้ง 2569

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ไบเทค บางนาไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมตามปฏิทินการเมือง หากแต่สะท้อนการ“ขยับหมาก”ครั้งสำคัญของพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการลงสู่สนามเลือกตั้งใหญ่ปี 2569โดยเฉพาะการประกาศส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 เขตเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นสัญญาณทางการเมืองที่ไม่อาจมองข้าม 

สมุทรปราการ ไม่ใช่จังหวัดเล็กในเชิงยุทธศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นทั้ง “ปริมณฑลเศรษฐกิจ” และ “ประตูการเมือง” ระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออก การตัดสินใจลงสนามเต็มรูปแบบของพรรคกล้าธรรม จึงสะท้อนการประเมินเกมที่รอบคอบ ไม่ใช่การทดลองสนาม

แม้ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเป็นเพียงประธานที่ปรึกษาพรรค แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เขาคือ “ผู้ออกแบบยุทธศาสตร์” ตัวจริง การปรากฏตัวของธรรมนัสในเวทีเปิดตัว พร้อมการชูสโลแกน“ทำมากกว่าพูด” เป็นการส่งสารทางการเมืองที่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมต้องการวางตัวเป็น“พรรคปฏิบัติการ” มากกว่าพรรคอุดมการณ์ลอยตัว เน้นการเข้าถึงปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจฐานราก และพื้นที่จริง  นี่คือจุดยืนที่ธรรมนัสถนัด และเคยใช้ได้ผลมาแล้วในหลายพื้นที่ชนบทและกึ่งเมือง หากพิจารณารายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ จะเห็นภาพชัดว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้เลือกใช้ “หน้าใหม่ล้วน” หากแต่ผสมผสานระหว่างอดีตนักการเมือง ผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ และผู้สมัครที่มีฐานเครือข่ายเดิม

การดึง ดร.ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส.สมุทรปราการ กลับคืนสู่สนาม รวมถึง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก และ ดร.ชัยณรงค์ ชยานุคุณลิขิต สะท้อนแนวคิดการเมืองแบบ “ใช้คนเป็น” มากกว่าสร้างภาพใหม่เพียงอย่างเดียว นี่คือยุทธศาสตร์ที่ต่างจากพรรคการเมืองรุ่นใหม่บางพรรค ที่เน้นแบรนด์และอุดมการณ์เป็นหลัก แต่กล้าธรรมเลือกเดิมพันกับ “เครือข่ายและประสบการณ์”

การเลือกสมุทรปราการเป็นหนึ่งในจังหวัดที่แสดงความพร้อมชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจตีความได้ว่า พรรคกล้าธรรมต้องการใช้พื้นที่นี้เป็น “สนามทดสอบความแข็งแรง” ของพรรค เพราะสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่การแข่งขันสูง พรรคใหญ่ พรรคเก่า และพรรคกระแส ต่างมีฐานเสียงปะทะกันอย่างเข้มข้น หากกล้าธรรมสามารถ “เจาะพื้นที่” ได้ แม้เพียงบางเขต ก็จะเป็นหลักฐานสำคัญว่า พรรคไม่ได้เป็นเพียงตัวแปรเสริม แต่มีศักยภาพเป็นผู้เล่นตัวจริงในสมการการเมืองระดับชาติ

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวผู้สมัครเป็นเพียงก้าวแรก สิ่งที่พรรคกล้าธรรมต้องเผชิญต่อจากนี้ คือการเปลี่ยนคำประกาศ “ทำมากกว่าพูด” ให้เป็นผลงานที่จับต้องได้ในพื้นที่จริง เพราะในสนามเลือกตั้งปี 2569 ประชาชนไม่ได้มองเพียงป้ายหาเสียง แต่จะพิจารณาว่า ใคร “ทำได้จริง” และใครเป็นเพียงนักพูดบนเวทีสำหรับพรรคกล้าธรรม การเดินเกมสมุทรปราการครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การส่งผู้สมัครแต่คือการวางเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่จะชี้ชะตาพรรคในระยะยาว

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ททท. แถลงข่าวจัดงาน “สีสันศิลป์ ถิ่นลำพูน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูหนาว กระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่

วันที่ 15 ธันวาคม 2568 . ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงษ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “สีสันศิลป์ ถิ่นลำพูน” (Lamphun Light & Craft) โดยมีนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายประภัสร ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ร่วมแถลงข่าว

การจัดงานดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดลำพูน และเทศบาลเมืองลำพูน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว กระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมกับศิลปะร่วมสมัย

นายปิยพงษ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูนเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยนครหริภุญชัย และมีทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จังหวัดได้ยกระดับเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวให้มีความยิ่งใหญ่และหลากหลายมากขึ้น โดยปีนี้ถือเป็นปีแรกของการยกระดับเทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวเมืองลำพูน ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “สีสันศิลป์ ถิ่นลำพูน” เพื่อสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมดึงดูดให้เดินทางกลับมาเยือนจังหวัดลำพูนอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ททท. มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) โดยนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ชุมชน และ Soft Power มาผสมผสานกับเทคโนโลยีและกิจกรรมร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจังหวัดลำพูนถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่มีศักยภาพสูง

ขณะที่นายประภัสร ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการเนรมิตพื้นที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) และถนนวังซ้าย ซึ่งเป็นถนนสายวัฒนธรรมและพื้นที่เมืองเก่า ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ยามค่ำคืน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองเก่าที่มีชีวิต และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

สำหรับงาน “สีสันศิลป์ ถิ่นลำพูน” (Lamphun Light & Craft) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–28 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00–22.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดลำพูน (หลังเก่า) และถนนวังซ้าย จังหวัดลำพูน โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบ Walking Tour จำนวน 10 จุด ประกอบด้วย

1. ศิลป์ลำพูน การฉายลวดลายดอกไม้และโคมล้านนาด้วย Gobo Projector บนพื้นถนน

2. สายรุ้งแห่งศิลป์ การจัดแสง Light-up อาคารบ้านเรือนเก่าในย่านชุมชน เปรียบเสมือนสายรุ้งที่เชื่อมอดีตและปัจจุบัน

3. ร้อยเรียงแสงโคม ถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมผ่านแสงจากโคมล้านนา

4. แสงร่มเมือง ร่มล้านนา ผสมผสานศิลปะร่มพื้นถิ่นกับเทคนิคแสงร่วมสมัย

5. เรือนลำพูนแสงศิลป์ การฉาย Projection Mapping บนพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน

6. โคมส่องแสง แสงแห่งศรัทธาผสมผสานโคมล้านนาและร่มหลากสี

7. น้องลิงก์ลิงก์ มาสคอตประจำจังหวัดลำพูน แรงบันดาลใจจากโคมล้านนา สื่อถึงการเชื่อมโยงอดีตสู่อนาคต

8. ซุ้มประตูแห่งแสง ซุ้มประตูตกแต่งด้วยแสงสี เปรียบเสมือนคำเชื้อเชิญสู่ดินแดนวัฒนธรรม

9. I LOVE LAMPHUN แลนด์มาร์ก Neon Flex ผสมผสานลวดลายล้านนา

10. กำแพงศิลป์ Interactive Light Wall การติดตั้ง LED Tube ที่สามารถเปลี่ยนแสงสีตามจังหวะดนตรี

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การแสดงบอลลูน การแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตวิถีชีวิตชุมชนจากชุมชนบ้านธิ ชุมชนแม่ทา และชุมชนพระบาทห้วยต้ม การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียงและวงดนตรีท้องถิ่น การออกร้านสินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น และ Food Truck การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 30,000 คน และก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมมีจุดจอดรถและบริการรถรับ–ส่งอำนวยความสะดวกตลอดช่วงการจัดงาน

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์ 


วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อำเภอป่าซางร่วมกับเทศบาลตำบลแม่แรง เปิดงาน “ตลาดหัตถกรรมผ้าอำเภอป่าซาง” ส่งเสริมผ้าล้านนาและเศรษฐกิจชุมชน

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน “โครงการตลาดหัตถกรรมผ้าอำเภอป่าซาง” ณ ศูนย์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ใกล้สะพานท่าขาม) ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน โดยมีนายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง กล่าวรายงาน การจัดงานดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างอำเภอป่าซางและเทศบาลตำบลแม่แรง เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 ธันวาคม 2568 ภายในงานมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม สินค้าหัตถกรรม และสินค้า OTOP ของอำเภอป่าซาง พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตลอดทุกค่ำคืน

กิจกรรมสำคัญภายในงาน

🔹 5 ธันวาคม 2568 – สาธิตทอผ้า 12 ขั้นตอน, สาธิตผ้ามัดย้อม–บาติก, การแสดง “เส้นฝ้ายลายศิลป์ หัตถศิลป์ ถิ่นป่าซาง”, แฟชั่นโชว์, การแสดงศิลปินล้านนา

🔹 6 ธันวาคม 2568 – การประกวด Model Kids Of Lumphun, การแสดงศิลปินล้านนา

🔹 7 ธันวาคม 2568 – การประกวด “ธิดาดวงดี”, การแสดงศิลปินล้านนา

นอกจากนี้ อำเภอป่าซางยังได้ประชาสัมพันธ์งานผ้าและมหกรรมสำคัญประจำปี 2569 ดังนี้ งาน “บาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม ครั้งที่ 13”  27–29 มีนาคม 2569 กิจกรรมเด่น ได้แก่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกและผ้ามัดย้อม สาธิตกระบวนการผลิต แฟชั่นโชว์หนูน้อยบาติก–มัดย้อม การประกวดธิดาบาติกมัดย้อม การแสดงศิลปินล้านนา และอาหารพื้นเมือง หมู่บ้านผ้ามัดย้อมชื่อดัง ผลิตลวดลายเอกลักษณ์ ได้แก่ ลายหินแตก, ลายก้นหอย, ลายคลื่น, ลายแมงมุม

 งาน “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง” 3–7 เมษายน 2569 จัดโดยเทศบาลตำบลแม่แรง ร่วมกับบ้านดอนหลวง หมู่ 7 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ ตลาดผ้าฝ้ายทอมือกว่า 800 ร้านค้าในรูปแบบ “กาดปื้นเฮือน” สาธิตการทอผ้าฝ้ายพื้นเมือง การแสดงศิลปะ–วัฒนธรรมล้านนา อาหารพื้นเมืองและกิจกรรมชุมชนหลากหลาย งาน “สืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก ครั้งที่ 17” 9–12 เมษายน 2569 ณ บ้านหนองเงือก ต.แม่แรง งานประจำปีที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนคนยองและวิถีหัตถกรรมผ้าฝ้ายทอมือ พร้อมจัดพื้นที่สาธิตขั้นตอนการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน อำเภอป่าซางเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมความงดงามของผ้าล้านนา และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในงานต่าง ๆ ตลอดช่วงต้นปี 2569

ผู้สื่อข่าว : นส. สุพรรณี แจ้งขำ

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ชมรมรักษ์ผ้าทอลำพูน ร่วมกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดลำพูนงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูนประจำปี 2568

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ชมรมรักษ์ผ้าทอลำพูน, GALAXY  Academy เข้าร่วมกิจกรรมการแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชนชาติพันธุ์ จัดโดยสมาคมชาวยองจังหวัดลำพูน ณ ลานพื้นที่เอกชนหมู่ที่ 2 บ้านแม่สารป่าแดด ถนนสายลำพูน–ดอยติ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สำหรับกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดลำพูน โดยชมรมรักษ์ผ้าทอลำพูน ได้นำเสนอ “ศิลป์ สืบสาน มรดกผ้าไทยชุด 5 ชนชาติพันธุ์” ภายใต้ชื่อชุด “น้อมรำลึกสืบสานอาภรณ์ชนชาติพันธุ์ เทิดพระคุณ...แม่แห่งแผ่นดิน” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการส่งเสริมและอนุรักษ์ผ้าไทยและหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งเป็นพระราชปณิธานสำคัญของพระองค์ ความผูกพันของผ้าไทยกับชาติพันธุ์ และการสืบสานพระราชปณิธาน พระราชกรณียกิจด้านผ้าไทย น้อมรำลึกถึงการสานต่อพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ผ้าไทยของชนเผ่า ผ้าทอ“หัตถศิลป์” ของ 5 ชาติพันธุ์ในลำพูน ที่สื่อถึงความงดงามของผ้าทออันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่พระองค์ทรงส่งเสริมและทรงพระเมตตา “อาภรณ์ชนเผ่า”ชาติพันธุ์ คือชุดที่ใช้เดินแบบ และน้อมถวายพระแม่ของแผ่นดินมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย  ธ สถิตในดวงใจ น้อมรำลึกพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย 

สำหรับการเดินแบบในชุดชนเผ่า 5 ชาติพันธุ์ และการเดินแบบชุด 5 ชนชาติพันธุ์แบบประยุกต์ร่วมสมัยของจังหวัดลำพูน ได้แก่ ไทยวน ไทยอง ไทลื้อ มอญ และกะเหรี่ยง กิจกรรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและเผยแพร่วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ทั้ง 5 กลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านการแต่งกายในพื้นที่จังหวัดลำพูน อันเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประเพณี ซึ่งถือว่ามีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ทั้งที่เป็นภูมิสังคม ภูมิปัญญา และภูมิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ให้มีความเข้มแข็งและเกิดความยั่งยืน โดยจัดกิจกรรมให้เด็กเยาวชนในพื้นที่จากชมรมรักษ์ผ้าทอลำพูน ได้ร่วมเดินแบบแฟชั่นโชว์ 5 ชุดชนชนติพันธุ์ ได้แก่ นายกฤติกาภร  เชาวนะ, เด็กหญิงวรัชยา  สมใจ, เด็กชายฤทธิ์ศักดิ์ ชิณาญาน, นางสาวกานต์สินี  ละวรรณา, นายณัฐวุฒิ  สุภนัส, เด็กหญิงพิมพ์ลภัส  ปราบผาง, นายจัตุพักตร์  อ่วมมี, เด็กหญิงอาภาพิชญ์  แขกเสนา, นายธัชพล  เทพวรรณ์, และการเดินแบบแฟชั่นโชว์ชุดที่ 2 ในรูปแบบชุดชนชาติพันธุ์ร่วมสมัย ได้แก่ เด็กหญิงพลอยแพรวา  จิ๋วอยู่, เด็กหญิงพิชญธิดา  ไทยเครือ, เด็กหญิงพัชริดา  ปัญญาเสาร์, เด็กหญิงณัฐธิชา วันมาละ, เด็กหญิงรัชนีกร  หงษ์ใจ, เด็กหญิงพัทธ์ธีรา  หล้ากิ่ง, เด็กชายศรัณย์ สมใจ, เด็กชายจิรัฎฐ์ติกร  ขัติวงศ์, เด็กชายวุฒิภัทร  หล้าโสด, เด็กชายตรีบดินทร์ จงวิไล พร้อมด้วยนายพงษ์สิทธิ์  ศรีธิวัฒน์ พิธีกรบรรยายกิจกรรมเดินแบบแฟชั่นโชว์ 5 ชุดชนชนติพันธุ์ ได้มีส่วนร่วมถ่ายทอดความงดงามชุดชนชาติพันธุ์และประยุกต์ร่วมสมัยในกิจกรรมที่แสดงออกเผยแพร่สู่สายตาต่อสังคม ชุมชนและประชาคมโลก ให้มีความตระหนักเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจที่จะสืบสานอัตลักษณ์ให้ดำรงคงอยู่อย่างมั่นคงและอย่างยั่งยืนสืบต่อไป

ในการนี้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานการแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชนชาติพันธุ์จังหวัดลำพูน งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยนายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน, นายสถาพร  สุขใหญ่ นายสภาคมชาวยองจังหวัดลำพูน และประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมชมกิจกรรมดังกล่าว 

ในนามชมรมรักษ์ผ้าลำพูน นำโดยนางสาวพรศิลป์ มโนเพ็ญ ประธานชมรมรักษ์ผ้าทอลำพูน, นายธัชพล เทพวรรณ์ รองประธาน, นางสุพรรษา เที่ยงสิริกูล, นายธรรมธัช ป๋าวงศ์, นายจัตุพักตร์  อ่วมมี เลขานุการและนางสาววลี ปกปิงเมือง ผู้ช่วยเลขานุการชมรมรักษ์ผ้าทอลำพูน ขอขอบพระคุณผู้สนับสนุน การจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดลำพูนเดินแบบแฟชั่นโชว์ 5 ชุดชนชนติพันธุ์ในครั้งนี้

1. วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน 

2. สมาคมชาวยอง จังหวัดลำพูน

3. คุณลุงวิชาญ  สายวังจิตต์ และคุณป้าชื่นใจ สายวังจิตต์ จากเฮินไทลื้อ อำเภอบ้านธิ

4. พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณเฮือนยองวัดต้นแก้ว

5. โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน

6. เฮือนช่างฟ้อนเจ้านางน้อย (ครูเม)


แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้