การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ไบเทค บางนาไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมตามปฏิทินการเมือง หากแต่สะท้อนการ“ขยับหมาก”ครั้งสำคัญของพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการลงสู่สนามเลือกตั้งใหญ่ปี 2569โดยเฉพาะการประกาศส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 เขตเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นสัญญาณทางการเมืองที่ไม่อาจมองข้าม
สมุทรปราการ ไม่ใช่จังหวัดเล็กในเชิงยุทธศาสตร์ แต่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เป็นทั้ง “ปริมณฑลเศรษฐกิจ” และ “ประตูการเมือง” ระหว่างกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออก การตัดสินใจลงสนามเต็มรูปแบบของพรรคกล้าธรรม จึงสะท้อนการประเมินเกมที่รอบคอบ ไม่ใช่การทดลองสนาม
แม้ตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเป็นเพียงประธานที่ปรึกษาพรรค แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เขาคือ “ผู้ออกแบบยุทธศาสตร์” ตัวจริง การปรากฏตัวของธรรมนัสในเวทีเปิดตัว พร้อมการชูสโลแกน“ทำมากกว่าพูด” เป็นการส่งสารทางการเมืองที่ชัดเจนว่า พรรคกล้าธรรมต้องการวางตัวเป็น“พรรคปฏิบัติการ” มากกว่าพรรคอุดมการณ์ลอยตัว เน้นการเข้าถึงปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจฐานราก และพื้นที่จริง นี่คือจุดยืนที่ธรรมนัสถนัด และเคยใช้ได้ผลมาแล้วในหลายพื้นที่ชนบทและกึ่งเมือง หากพิจารณารายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ จะเห็นภาพชัดว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้เลือกใช้ “หน้าใหม่ล้วน” หากแต่ผสมผสานระหว่างอดีตนักการเมือง ผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ และผู้สมัครที่มีฐานเครือข่ายเดิม
การเลือกสมุทรปราการเป็นหนึ่งในจังหวัดที่แสดงความพร้อมชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจตีความได้ว่า พรรคกล้าธรรมต้องการใช้พื้นที่นี้เป็น “สนามทดสอบความแข็งแรง” ของพรรค เพราะสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่การแข่งขันสูง พรรคใหญ่ พรรคเก่า และพรรคกระแส ต่างมีฐานเสียงปะทะกันอย่างเข้มข้น หากกล้าธรรมสามารถ “เจาะพื้นที่” ได้ แม้เพียงบางเขต ก็จะเป็นหลักฐานสำคัญว่า พรรคไม่ได้เป็นเพียงตัวแปรเสริม แต่มีศักยภาพเป็นผู้เล่นตัวจริงในสมการการเมืองระดับชาติ
อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวผู้สมัครเป็นเพียงก้าวแรก สิ่งที่พรรคกล้าธรรมต้องเผชิญต่อจากนี้ คือการเปลี่ยนคำประกาศ “ทำมากกว่าพูด” ให้เป็นผลงานที่จับต้องได้ในพื้นที่จริง เพราะในสนามเลือกตั้งปี 2569 ประชาชนไม่ได้มองเพียงป้ายหาเสียง แต่จะพิจารณาว่า ใคร “ทำได้จริง” และใครเป็นเพียงนักพูดบนเวทีสำหรับพรรคกล้าธรรม การเดินเกมสมุทรปราการครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การส่งผู้สมัครแต่คือการวางเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่จะชี้ชะตาพรรคในระยะยาว




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น