วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569

พ่อเมืองลำพูน นำคณะศรัทธาประชาชนเดินขบวนแห่พระรอดหลวง ในงานไหว้สาสักการะใส่ขันดอกพระรอดหลวง เมืองลำพูน ประจำปี 2569

วันที่ 30 มกราคม 2569 ณ บริเวณประตูวัดมหาวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีงานไหว้สาสักการะบูชาพระรอดหลวง ฉลองสมโภชอาราม พร้อมถวายเสนาสนะภายในวัดมหาวัน และร่วมเดินขบวนแห่พระรอดหลวง โดยมี นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการฟ้อนจากช่างฟ้อนจำนวนกว่า 1,000 คน ฟ้อนถวายต้อนรับขบวนพระรอดหลวง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน เดินนำคณะศรัทธาประชาชน ถือพานดอกไม้เครื่องสักการะ และอัญเชิญพระรอดหลวงเข้าสู่วัดมหาวัน

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำคณะศรัทธาขึ้นสู่พระวิหารวัดมหาวัน จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายเครื่องสักการะบูชาพระรอดหลวง พร้อมประกอบพิธีถวายเครื่องไทยทานแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนและหัวหน้าส่วนราชการ จะร่วมกันใส่ขันดอกสักการะบูชาพระสิกขีปฏิมากรพระรอดหลวง และจุดไหว้สักการะใส่ขันดอกรอบบริเวณวัดมหาวัน ในลำดับต่อมา ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล เจ้าอาวาสวัดเด่นสระหลีเมืองแกน (วัดบ้านเด่น) ประธานฝ่ายสงฆ์ และนายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและคณะศรัทธาประชาชน ร่วมประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ ลานมหามณฑป พระรอดหลวง ชั้นที่ 1โดยรับมอบพระบรมสารีริกธาตุจาก พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา แดนพุทธคยา ประเทศอินเดีย เพื่ออัญเชิญบรรจุสู่พระเจดีย์ทองคำ วัดมหาวัน จากนั้นประธานฝ่ายสงฆ์และพระสงฆ์ได้ประกอบพิธีสวดเจริญชัยมงคลคาถา จนเสร็จสิ้นพิธีด้วยความสงบและศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ วัดมหาวัน หรือ วัดมหาวันวนาราม เป็นพระอารามหลวงที่พระนางจามเทวีทรงสร้างขึ้น เจดีย์วัดมหาวันเป็นที่บรรจุพระรอดลำพูน หนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคีที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย เชื่อกันว่าพระรอดมีพุทธคุณเด่นด้านแคล้วคลาด ปราศจากภัยอันตราย เมตตามหานิยม ได้ลาภผล และคงกระพันชาตรี ผู้ที่ได้มากราบไหว้บูชาจะพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง วัดมหาวันเป็นวัดโบราณอายุกว่า 1,300 ปี สร้างในสมัยพระนางจามเทวี มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่อัญเชิญมาจากเมืองละโว้ และเป็นที่ประดิษฐานกรุพระเครื่องชื่อดัง “พระรอดมหาวัน” ซึ่งถือเป็นแบบพิมพ์พระรอดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ

 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569

ลำพูนจัดกิจกรรม “รวมพลคนปันสุข ครั้งที่ 2” ส่งมอบรอยยิ้มแก่เด็กนักเรียนพื้นที่ห่างไกล อำเภอแม่ทา

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 กลุ่มจิตอาสาเฉพาะกิจ (ลำพูน) ร่วมกับทีมข่าวลำพูน จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “รวมพลคนปันสุข ครั้งที่ 2” ณ โรงเรียนบ้านป่าเลา สาขาบ้านผาด่าน ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อส่งมอบความสุข สร้างขวัญกำลังใจ และแบ่งปันรอยยิ้มให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกล

ภายในกิจกรรม มีการมอบสิ่งของจำเป็นสำหรับการเรียนรู้และการดำรงชีวิต อาทิ อุปกรณ์การเรียน ตุ๊กตา พร้อมทั้งจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านป่าเลา สาขาบ้านผาด่าน ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับศูนย์เด็กเล็กจนถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 5 หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน คณะผู้จัดกิจกรรมได้ร่วมกันจัดกิจกรรมสันทนาการ แจกจ่ายสิ่งของ และสร้างความสนุกสนานให้แก่เด็ก ๆ โดยทางโรงเรียนได้นำนักเรียนร่วมแสดงความสามารถ อาทิ การเต้น การร้องเพลง และการแสดงต่าง ๆ สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น ความประทับใจ และรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

ทั้งนี้ คณะผู้จัดกิจกรรมขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้ร่วมสมทบสิ่งของในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้แก่ ร้านฮันนี่เก็ตตี้, ร้านมะม่วงน้ำปลาหวานเจ๊เค็ง, ป้าน้อยเกี๊ยวทอด, เฮียริน–เจ๊แนนผลไม้, ร้านดังญี่ปุ่น สาขาลำพูน–เชียงใหม่,ทีมงานนักแสดงละครสั้นเชียงใหม่และร้านเด.ดีผ้าม่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ เพื่อสังคม

สำหรับโรงเรียนบ้านป่าเลาสาขาบ้านผาด่าน ตั้งอยู่ในตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ชนบทสังกัดโรงเรียนหลักคือโรงเรียนบ้านป่าเลา ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับเด็กนักเรียนในชุมชนห่างไกล โดยมีนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 31 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 5 คน และศูนย์เด็กเล็ก (ชั้นเตรียม) มีนักเรียน 11 คน ครูผู้ดูแล 1 คน

แทน ต่อมสังข์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน แถลงจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี ยึดไอซ์กว่า 8 กก. ยาบ้ารวมกว่า 400,000 เม็ด

วันที่ 29 มกราคม 2569ที่ ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ร่วมกับ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน (รับผิดชอบงานยาเสพติด) พ.ต.อ.ณัฐพล จันมะโน ผู้กำกับการสืบสวน ภ.จว.ลำพูน พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 กอ.รมน.ลำพูน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ 2 คดี

การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้นโยบาย “รวมพลังรักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win ทุกพื้นที่”โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ลำพูน ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายจิรายุส (หนุ่ม) น.ส.เนตรนภา (มิน) และนายจักรกฤษ (แจ็ค) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวม 8,278.2 กรัม และยาบ้า รวม 857 เม็ด สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งเอกชน โดยซุกซ่อนภายในถุงข้าวไรซ์เบอร์รี่ ก่อนส่งไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมได้ พร้อมตรวจค้นห้องพักและสถานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจแม่ทา สภ.แม่ทา จว.ลำพูน ตั้งด่านตรวจบนถนนหมายเลข 11 เชียงใหม่–ลำปาง ต่อมาพบรถยนต์ต้องสงสัยพยายามหลบหนีและเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ ก่อนเสียหลักตกลงข้างทางในพื้นที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ผู้ขับขี่อาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จากการตรวจค้นภายในรถ พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 400,000 เม็ด บรรจุอยู่ในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทา เพื่อดำเนินคดีและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จะเร่งสืบสวนขยายผลผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายยาเสพติดทั้ง 2 คดี เพื่อทำลายโครงข่ายยาเสพติดให้หมดสิ้น ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเด็ดขาด


 แทน ต่อมสังข์  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

โรงเรียนรพีเลิศวิทยา จัดพิธีถวายอาลัยพระพันปีหลวง และงานประจำปีวันรพีเลิศ ประจำปีการศึกษา 2568

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569  ที่โรงเรียนรพีเลิศวิทยา (แผนกประถม) จังหวัดลำพูน โรงเรียนรพีเลิศวิทยาได้จัดพิธีถวายอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมจัดงานประจำปีวันรพีเลิศ ประจำปีการศึกษา 2568 ภายใต้ชื่องาน “รพีเลิศรวมใจ น้อมถวายอาลัย”

ในการนี้ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี และนางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ดร.วาทิตย์ ตั้งรพีเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนรพีเลิศวิทยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ดร.วาทิตย์ ตั้งรพีเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนรพีเลิศวิทยา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีกิจกรรมการแสดงชุดพิเศษ “พระแม่แห่งแสง” รวมถึงการแสดงความสามารถของนักเรียนทุกระดับชั้น ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชจริยวัตรอันงดงาม ทั้งนี้ ภายในงานมีผู้บริหาร ผู้ปกครอง และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อบอุ่น และสมพระเกียรติ

นายแทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูนรายงาน

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

มาดามหยก” หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ นำทีมปล่อยแถวรถตุ๊กตุ๊ก ก่อนร่วมเสวนาสวัสดิการกู้ชีพ–กู้ภัย เชียงใหม่–ลำพูน

วันที่ 23 มกราคม 2568 นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือ “มาดามหยก” หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ หมายเลข 22 (Independent Party) พร้อมด้วยสมาชิกพรรคและเครือข่าย ร่วมกิจกรรมปล่อยแถวขบวนรถตุ๊กตุ๊ก บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่

ต่อมาในเวลา 18.00 น. นางสาวกชพร เวโรจน์ เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “สวัสดิการกู้ชีพ กู้ภัย และจิตอาสาจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน” ร่วมกับ นายนิเวศน์ สุแก้ว และเครือข่ายจิตอาสาจากจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน

ภายในงานมีตัวแทนหน่วยงานและชมรมกู้ชีพกู้ภัยเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างหลากหลาย อาทิ สมาคมกู้ภัยกุศลสงเคราะห์, สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้, สมาคมรวมใจลำพูน และชมรมกู้ชีพกู้ภัยฮอด โดยร่วมกันสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนเสนอแนวทางการแก้ไขและพัฒนาสวัสดิการของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครให้สอดคล้องกับภารกิจช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่ ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ นางสาวกชพร เวโรจน์ ระบุว่า Indy Team และชมรม Change Together ได้ดำเนินกิจกรรมสนับสนุนงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนและผลักดันข้อเสนอของพี่น้องจิตอาสาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทั้งในด้านสวัสดิการและการสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อเสริมประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ

นายแทน ต่อมสังข์ /ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

“ภูดิท เบอร์ 1 เพื่อไทย” มั่นใจกวาดชัยพิจิตรควงจุลพันธ์–สมศักดิ์ปราศัยใหญ่ ชูแก้จน–ฟื้นเศรษฐกิจ

การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมหาเสียงตามปฏิทินเลือกตั้ง หากแต่สะท้อนการวางหมากทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ที่พรรคต้องการตอกย้ำความเป็น “พรรคเศรษฐกิจ” และฟื้นฐานเสียงในจังหวัดยุทธศาสตร์ของภาคกลางตอนบนอย่างเป็นรูปธรรม

การเลือกพื้นที่บริเวณท่าข้าวข้างวัดหาดแตงโม อำเภอตะพานหิน ซึ่งเป็นชุมชนเศรษฐกิจดั้งเดิม และมีเกษตรกรจำนวนมาก เข้ากับเนื้อหาการปราศรัยที่มุ่งโจทย์ปากท้อง สะท้อนความพยายามของเพื่อไทยในการเชื่อมโยงนโยบายระดับประเทศเข้ากับชีวิตจริงของประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อพรรคในสนามแข่งขันที่เข้มข้น

บนเวที นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เลือกเน้นย้ำชุดนโยบายเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะแนวคิด “คนไทยไร้จน” ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มรายได้ขั้นต่ำให้พ้นเส้นความยากจน ควบคู่กับการรื้อฟื้นเครื่องมือเดิมอย่างกองทุนหมู่บ้านและโครงการ SML นัยสำคัญคือการส่งสัญญาณว่า เพื่อไทยยังคงยึดแนวทาง “รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจจากล่างขึ้นบน” ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งในอดีต และต้องการนำกลับมาเป็นคำตอบท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

ขณะเดียวกัน การชูนโยบาย “30 บาทด้วยเอไอ” และการยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพ เป็นความพยายามปรับภาพลักษณ์นโยบายสวัสดิการแบบดั้งเดิม ให้สอดรับกับบริบทเทคโนโลยีและความคาดหวังใหม่ของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และบุคลากรสาธารณสุข ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญที่พรรคต้องรักษาไว้

ในมิติการเกษตร การหยิบประเด็นราคาข้าว ข้าวโพด และอ้อย รวมถึงการรับประกันรายได้ พักหนี้ และลดภาระหนี้สินเกษตรกร สะท้อนความเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดพิจิตรอย่างชัดเจน จังหวัดที่พึ่งพาภาคเกษตรเป็นหลัก และได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง นโยบายเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงคำสัญญาเชิงนโยบาย แต่เป็นการสื่อสารตรงไปยังกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลักของพื้นที่

อีกหนึ่งหมากสำคัญ คือการดันตัวผู้สมัครในพื้นที่อย่าง นายภูดิท อินสุวรรณ หรือ “โกทรัพย์” อดีต ส.ส. พิจิตร เขต 2 ขึ้นเป็นศูนย์กลางของเวทีปราศรัย การเน้นประวัติการทำงานและความใกล้ชิดกับพื้นที่ เป็นความพยายามผสาน “แบรนด์พรรค” เข้ากับ “ตัวบุคคล” เพื่อเพิ่มโอกาสคว้าที่นั่งในเขตเลือกตั้งที่การแข่งขันไม่ง่าย

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค ใช้บทบาทตัวเชื่อมระหว่างนโยบายระดับชาติและความคาดหวังของคนในพื้นที่ โดยย้ำความพร้อมของพรรคในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ เขต 2 ของจังหวัดพิจิตร ที่ทางพรรคเพื่อไทยส่งนายภูดิท อินสุวรรณ เบอร์ 1 ลงสนามในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำภาพเพื่อไทยในฐานะพรรคที่มีประสบการณ์จัดตั้งรัฐบาล

เมื่อมองในภาพรวม เวทีพิจิตรครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยที่ชัดเจน คือการเร่งเก็บคะแนนในจังหวัดที่มีศักยภาพ พร้อมตอกย้ำจุดขายด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการได้ที่นั่งเพิ่มในจังหวัดพิจิตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมความชอบธรรมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และผลักดันนโยบาย “แก้จน” ให้เดินหน้าได้จริงในสมรภูมิการเมืองหลังการเลือกตั้ง


วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

“ชวน หลีกภัย” ลงพื้นที่ลำพูน ช่วยหาเสียงประชาธิปัตย์ ย้ำพร้อมกลับมาพัฒนาประเทศ

ลำพูน – เย็นวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 18.00 น. นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่จังหวัดลำพูนเพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์พร้อมย้ำจุดยืนและความพร้อมของพรรคในการกลับมามีบทบาทพัฒนาประเทศบนหลักการเมืองสุจริตและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

นายชวน พร้อมคณะ เดินทางไปยังตลาดศรีบุญยืน ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน โดยมีทีมงานพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดลำพูน นำโดย นายขยัน วิพรมชัย รองเลขาธิการพรรค ร่วมลงพื้นที่ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 2 เขต ได้แก่ นางสาวพัชราภรณ์ เอื้องฟ้า ผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 4 และว่าที่ร้อยตรีหญิง ชนิสรา ขว้างทา ผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 7 เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและขอรับการสนับสนุนคะแนนเสียง

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายชวนและคณะ ได้เดินทางไปกราบสักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ณ ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี เพื่อขอพรให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จากนั้นได้เดินพบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดหนองดอกหรือที่รู้จักกันในชื่อ“กาดมืดวัดไชยชนึก”รวมถึงบริเวณ“ข่วงพระเจ้าเพ้อเล่อ”โดยมีประชาชนเข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรับฟังปัญหาเศรษฐกิจฐานรากจากประชาชนและผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปเชื่อมโยงกับแนวนโยบาย “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้งบประมาณอย่างตรงเป้าหมาย โปร่งใส และยึดหลักการเมืองสุจริต เพื่อให้ทรัพยากรของรัฐสามารถเข้าถึงเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และแรงงานได้อย่างแท้จริง

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


ลำพูน เปิดงาน “บ้านธิเมืองสามไต เสน่ห์มัดใจ ไตลื้อ ไตยอง ไตยวน” ดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอบ้านธิ


ลำพูน – ค่ำวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ณ ลานเอกชนข้างสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบหมายให้นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน “บ้านธิเมืองสามไต เสน่ห์มัดใจ ไตลื้อ ไตยอง ไตยวน” ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

ภายในงานมีนางสาวศิริพร กันธิยะ นายอำเภอบ้านธิ พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีตำบลบ้านธิ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านธิ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมตำบลบ้านธิ ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู กลุ่มสตรีแม่บ้าน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ก่อนพิธีเปิด ได้มีการเคลื่อนขบวนวิถีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์จาก 7 จังหวัดภาคเหนือตอนบน สะท้อนอัตลักษณ์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมจัดกิจกรรมภายในงานอย่างหลากหลาย อาทิ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและสินค้า OTOP การแข่งขันทำอาหารพื้นเมือง กิจกรรมรำวงย้อนยุค การแสดงศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และการแสดงดนตรีจากวง “เดอะเพอะ” สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานตลอดค่ำคืน

เทศบาลตำบลบ้านธิระบุว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอำเภอบ้านธิ โดยยึดแนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชน ภายใต้แนวคิด “กำหนดทิศทางโดยชุมชน จัดการโดยชุมชน และเพื่อประโยชน์ของชุมชน” ควบคู่กับการคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นเวทีสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ไตลื้อ ไตยอง และไตยวน ผ่านการแสดงพื้นบ้าน วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับทุนทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาเสียง ชูนโยบาย "ลำพูนหายจน ไม่ทนปัญหาลำไย"

วันที่  4 ม.ค. 69 นายกรณ์  จาติกวณิช  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(ในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ) อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตหัวหน้าพรรคกล้า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) 5 สมัย  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายขยัน  วิพรมชัย รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดลำพูน อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์, ผู้ช่วยหาเสียง และคณะทีมงานของพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ

1. นางสาวพัชราภรณ์  เอื้องฟ้า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดลำพูน เขตเลือกตั้งที่ 1(อำเภอเมืองลำพูน อำเภอแม่ทา อำเภอบ้านธิ)

2. ว่าที่ร้อยตรีหญิง ชนิสรา ขว้างทา ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.จังหวัดลำพูน เขตเลือกตั้งที่ 2(อำเภอป่าซาง อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอลี้ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอเวียงหนองล่อง)

โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งเน้นการรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นปัญหาด้านเกษตรกรรม ภายใต้หัวข้อ "ลำพูนหายจน ไม่ทนปัญหาลำไย" ถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อรายได้ และคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรมาอย่างยาวนาน..


 แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569

พิธีอัญเชิญพระรูปพระแม่นั่งเมืองลำพูน (องค์พระแม่จามเทวี) ประดิษฐาน ณ วัดสันป่ายางหลวง อย่างสมพระเกียรติ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่วัดสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ได้มีพิธีอัญเชิญ พระรูปพระแม่นั่งเมืองลำพูน (องค์พระแม่จามเทวี) ขนาดความสูงประมาณ 2 เมตร กรอบไม้สีสันงดงามสง่างาม มาประดิษฐาน ณ วัดสันป่ายางหลวง เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา

พิธีดังกล่าวนำโดย นายนิรันด์ ด่านไพบูลย์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย ชมรมช่างฟ้อนนครหริภุญชัย คณะช่างฟ้อนในจังหวัดลำพูน คณะศรัทธาองค์พระแม่จามเทวีลำพูน รวมถึง สมาคมสื่อมวลชนจามเทวีลำพูน นำโดยคณะกรรมการสมาคมฯ และเครือข่ายสื่อมวลชนในพื้นที่ อาทิ ข่าวลำพูน, แม่ทานิวส์, สื่อ 4 เหล่าทัพ, 24 นิวส์, ข่าวความมั่นคง ฯลฯ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ภายในพิธีได้มีการตั้งขบวนฟ้อนรำ ณ ลานด้านหน้าพระเจ้าทันใจ ซึ่งอยู่ในระยะใกล้กับวัดสันป่ายางหลวง ก่อนอัญเชิญพระรูปเข้าสู่วัดในเวลา 09.00 น. โดยมีการฟ้อนรำนำขบวน พร้อมการโปรยดอกไม้ เปรียบเสมือนการเปิดทางแม่ธรณี เพื่ออัญเชิญพระรูปองค์พระแม่เข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างสมพระเกียรติ นอกจากนี้ยังมีการแสดง รำเปิดฟ้าเปิดดิน และ รำอัปสราในยุคทวารวดี บริเวณหน้าวัด ก่อนฟ้อนรับพระรูปด้วย ชุดฟ้อนหริภุญชัย โดยชมรมฟ้อนนครหริภุญชัย สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ ได้มีการถวายพระรูปองค์พระแม่เจ้าจามเทวี แด่ พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ (ครูบาอินทร) เจ้าอาวาสวัดสันป่ายางหลวง ซึ่งท่านได้เมตตารับไว้ และนำพระรูปไปประดิษฐาน ณ สถานที่ที่ทางวัดได้จัดสร้างไว้โดยเฉพาะสำหรับองค์พระแม่จามเทวีจนแล้วเสร็จ พร้อมทั้งให้พรอันประเสริฐแก่ผู้เข้าร่วมพิธีทุกคน ก่อนเสร็จสิ้นพิธีด้วยความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน

ทั้งนี้ นางสาวจุฑามาศ วังคะออม นายกสมาคมสื่อมวลชนจามเทวีลำพูน ได้เข้าร่วมพิธีถวายบายศรีพานแพแด่องค์พระแม่จามเทวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ขอขมาและขออนุญาตบอกกล่าวต่อองค์พระแม่จามเทวี ในการใช้นามขอสรรพนามพระองค์ท่านเป็นชื่อของ “สมาคมสื่อมวลชนจามเทวีลำพูน” เพื่อความเป็นสิริมงคล ความร่มเย็น และความเจริญก้าวหน้าแก่สมาคมฯ รวมถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนรับใช้สังคมอย่างสร้างสรรค์สืบไป

 นาย แทน ต่อมสังข์  ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569

วันเด็กปีนี้ไม่เงียบ ดร.ประเสริฐ ร่วมงานวันเด็กหลายโรงเรียนในพื้นที่เมืองสมุทรปราการ เด็กยิ้ม ผู้ปกครองปลื้ม

สมุทรปราการ – บรรยากาศงาน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ในเขตอำเภอเมืองสมุทรปราการปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดย ดร.ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดสมุทรปราการ ได้ลงพื้นที่ ร่วมกิจกรรมวันเด็กตามคำเชิญของสถานศึกษา เพื่อพบปะเยาวชน ครู และผู้ปกครองในพื้นที่ ร่วมอวยพรและให้กำลังใจเด็ก ๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง

การลงพื้นที่ดังกล่าว ดร.ประเสริฐ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนในเขตเมืองสมุทรปราการหลายแห่ง ได้แก่ โรงเรียนคลองสำโรง โรงเรียนคลองกระทุ่มราษฎร์อุทิศ โรงเรียนมหาภาพกระจาดทองอุปถัมภ์ โรงเรียนมัธยมวัดด่านสำโรง และโรงเรียนวัดไตรสามัคคี โดยได้ร่วมทักทายนักเรียน พูดคุยให้กำลังใจ และถ่ายภาพร่วมกับคณะครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง

สำหรับกิจกรรมของขวัญและของรางวัลในงานวันเด็ก เป็น กิจกรรมที่สถานศึกษาและคณะกรรมการจัดงานเป็นผู้ดำเนินการตามปกติ โดยการเข้าร่วมของ ดร.ประเสริฐ เป็นไปในลักษณะ การสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะเพื่อเด็กและเยาวชน มิได้มีการกล่าวหาเสียงหรือเชิญชวนทางการเมืองแต่อย่างใด

ดร.ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย กล่าวว่า“วันเด็กเป็นวันที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันสร้างกำลังใจให้เยาวชน เด็ก ๆ ควรได้รับความสุข ความปลอดภัย และโอกาสในการพัฒนาตนเอง ผู้ใหญ่ทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันดูแลอนาคตของเด็ก ๆ อย่างเหมาะสม”

ผู้ปกครองและชุมชนในพื้นที่ต่างให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมองว่าการที่บุคคลสาธารณะเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กของโรงเรียน ช่วยสะท้อนความใส่ใจต่อการพัฒนาเยาวชนและสังคมในระดับชุมชนบรรยากาศกิจกรรมวันเด็กในเขตเมืองสมุทรปราการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เด็ก ๆ ได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางความร่วมมือของโรงเรียน ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ ในการส่งเสริมพัฒนาการของเยาวชนอย่างสร้างสรรค์

ลำพูนสะบัดธงสีรุ้ง! THE PRIDE THAILAND ร่วมงานวันเด็ก ปลูกพลังความเท่าเทียม สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน


ลำพูน – จังหวัดลำพูนคึกคักต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ เมื่อเครือข่าย “THE PRIDE THAILAND” ยกทัพสีรุ้งเข้าร่วมจัดกิจกรรมในงานวันเด็กแห่งชาติ ณ สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในความหลากหลายและความเท่าเทียมให้แก่เด็กและเยาวชน

กิจกรรมดังกล่าวนำทีมโดย “กิ๊บเก๋ THE PRIDE THAILAND Session 3” พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น จัดกิจกรรมนันทนาการเชิงสร้างสรรค์ การแสดง และการเรียนรู้เรื่องการเคารพในตัวตนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อปลูกฝังค่านิยมว่า “ความหลากหลายคือพลัง”

การจัดงานครั้งนี้มีแกนนำสำคัญร่วมขับเคลื่อน ได้แก่ นายสุกฤษฎิ์พล ใจคำบุญเรือง กรรมการผู้จัดการ THE PRIDE THAILAND, นายกันตพัฒน์ โยธา ตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก THE PRIDE THAILAND Session 3, นาย นิรุตต์ ปละอุตม์ ประธานชมรมบัณฑิต มสธ.ลำพูน และกรรมการกลางบริหารสมาคมสุโขทัยธรรมาธิราชในพระราชูปถัมภ์ฯ รวมถึง นาย นคเรศ ปิ่นใจรัตน์ RD THE PRIDE THAILAND ภาคใต้ ซึ่งได้นำทีมผู้เข้าประกวดจากภาคใต้ขึ้นเหนือร่วมสร้างสีสันในงาน พร้อมด้วยมูลนิธิวีแคปลำพูนที่ร่วมจัดกิจกรรมตลอดทั้งวัน

ภายในงานซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ณ โดมเอนกประสงค์ สนามกีฬากลาง อบจ.ลำพูน เต็มไปด้วยกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน การแสดงจากทีม THE PRIDE ภาคใต้ การแจกของขวัญและรางวัล เพื่อสร้างความสุขในวันเด็กควบคู่กับการส่งเสริมความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+)

นายสุกฤษฎิ์พล ใจคำบุญเรือง กล่าวว่า ต้องการให้วันเด็กปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าทุกคนมีคุณค่าและความพิเศษในแบบของตนเอง ไม่ว่าจะมีอัตลักษณ์ทางเพศแบบใด ทุกคนมีสิทธิที่จะภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเป็น

ขณะที่ นาย นิรุตต์ ปละอุตม์ ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างภาคสังคมและภาคการศึกษาครั้งนี้ สะท้อนถึงความพร้อมในการสนับสนุนค่านิยมยุคใหม่ เพื่อสร้างจังหวัดลำพูนให้เป็นพื้นที่เปิดกว้างและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นำโดย นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางทัชชา สามัคคีนิชย์ รองปลัด อบจ.ลำพูน รักษาราชการแทนปลัด อบจ.ลำพูน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ โรงเรียน และ รพ.สต. ในสังกัด ตลอดจนภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ ภายในพิธีได้มีการอ่านสารวันเด็กแห่งชาติของ นายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี พร้อมมอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักชาติ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569

“ดร.โจ ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ” ชูนโยบายกล้าธรรม วางเกมใหม่เปลี่ยนสมุทรปราการจากฐานอุตสาหกรรม สู่เมืองบริหารด้วยวิทยาศาสตร์

สมุทรปราการ-การเปิดตัว ดร.ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย หรือ “ดร.โจ” ในฐานะผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 3 ในนามพรรคกล้าธรรม ไม่ได้เป็นเพียงการส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งตามปกติ หากแต่สะท้อนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของพรรค ที่พยายาม “ยกระดับการเมืองเชิงพื้นที่” ให้หลุดพ้นจากวาทกรรมประชานิยมและการแข่งขันเชิงบุคคล ไปสู่การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ นโยบาย และระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์

สมุทรปราการในฐานะจังหวัดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างสะสมยาวนาน ทั้งเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สอดรับกับการขยายตัวของเมือง การอยู่ร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับชุมชนเมืองรวมถึงโจทย์ใหม่ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งการเมืองแบบเดิมไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างเป็นระบบ

การเลือกส่ง“อดีตส.ส.หลายสมัย”ที่มีประสบการณ์ตรงในสภา และเคยทำงานในฐานะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงสะท้อนความพยายามของพรรคกล้าธรรมในการใช้ “ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแทนการเมืองเชิงสัญลักษณ์ ดร.โจไม่ได้วางบทบาทตัวเองเป็นเพียงนักการเมืองพื้นที่ แต่เป็น “นักออกแบบนโยบายเชิงระบบ” ที่เชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรม เข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

จุดเด่นทางการเมืองของ ดร.ประเสริฐ อยู่ที่การมีบทบาททั้งในภาคนโยบายและภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงและพลังงานทางเลือกไทย (EVCAT) ซึ่งสะท้อนความเข้าใจเชิงลึกต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่ามกลางบริบทที่สมุทรปราการกำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการแข่งขันทางอุตสาหกรรมระดับโลก


ในเชิงการเมือง นี่คือการส่งสัญญาณว่าพรรคกล้าธรรมต้องการสร้างภาพลักษณ์ของ “พรรคทางเลือกเชิงนโยบาย” ที่แตกต่างจากการเมืองแบบอุปถัมภ์และการหาเสียงด้วยคำสัญญาระยะสั้น โดยใช้ผู้สมัครที่มีประวัติการทำงานตรวจสอบโครงการรัฐ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และระบบน้ำ มาเป็นตัวแทนความน่าเชื่อถือ ท้ายที่สุด การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแนะนำตัวผู้สมัคร หากแต่เป็นความพยายามของพรรคกล้าธรรมในการวาง “โมเดลการเมืองแบบใหม่” ให้สมุทรปราการ—เมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่—กลายเป็นพื้นที่ของการบริหารจัดการด้วยองค์ความรู้ ระบบคิด และการบูรณาการระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนอย่างแท้จริง

สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน รวบหนุ่มฮอดวัย 19 ลักรถจักรยานยนต์ แจ้งหายเช้า ตามจับได้ภายในวันเดียว

ลำพูน – วันที่ 6 มกราคม 2569 สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน รายงานผลการจับกุมคดีลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยคืนให้แก่ผู้เสียหาย

การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน, พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน และ พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการ สภ.เหมืองจี้ รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน โดยมี พ.ต.ท.เจริญ กลิ่นหนู สารวัตรสืบสวน นำกำลังชุดสืบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน เข้าดำเนินการ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นาย “ชอล์ค” (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ชาวอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา “ลักทรัพย์” พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110i สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียน 1 กข 7316 ลำพูน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ผู้เสียหายแจ้งหายไว้ สืบเนื่องจากช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความว่ารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้บริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งในตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ถูกคนร้ายลักไป เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเร่งติดตาม ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ จนพบร่องรอยนำรถไปซุกซ่อนไว้ภายในหอพักต้นหลิว ใกล้กับจุดเกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ในห้องหมายเลข 13 ของหอพักดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เครดิตภาพ: ชุดสืบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน


วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569

วินาทีชีวิต! เก๋งพุ่งชนพ่วง 18 ล้อ ไฟลุกท่วมกลางถนน 106 สายลำพูน–ลี้ คนขับเจ็บสาหัส

ลำพูน — ระทึกกลางดึก เกิดอุบัติเหตุรถยนต์นั่งส่วนบุคคลพุ่งชนรถพ่วง 18 ล้อ ก่อนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง บนถนนทางหลวงหมายเลข 106 สายลำพูน–ลี้ พื้นที่บ้านสันป่าฮัก หมู่ 11 ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 6 ม.ค. 2569

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบ ได้นำรถกู้ชีพและรถบรรทุกน้ำเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนัก ขณะที่รถพ่วง 18 ล้อจอดอยู่ใกล้กัน ท่ามกลางความโกลาหลของผู้ใช้ถนน  

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายผิดรูป เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ก่อนประสานรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลบ้านโฮ่งเข้ารับตัว และนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลป่าซาง ขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เพลิงไหม้ดังกล่าวสร้างความเสียหายรุนแรงแก่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมกันระดมกำลังจนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้โดยไม่มีผู้เสียชีวิตองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำดิบได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่ายาว เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง และกรมทางหลวง ที่สนับสนุนรถบรรทุกน้ำและรถกู้ชีพจนเหตุการณ์คลี่คลายอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

แทน ต่อมสังข์
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน


ข่าวแนะนำ

นายกสมพรจัดใหญ่! บ่อแสนสัมพันธ์ ครั้งที่ 12 ขนทัพนักร้อง–พาเหรด 8 หมู่บ้าน สร้างสุขล้นสนาม

พังงา – วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 14.30 น. ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแสน ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา นายวิรัตน์ เพาะปลูก รอ...

ข่าวยอดนิยม

ค้นหาบล็อกนี้